วันพุธ, กุมภาพันธ์ 1, 2023
หน้าแรก News สสว. ติดอาวุธ SME พัฒนา SME Knowledge Center เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้ พร้อมก้าวสู่ความเป็น Modernization

สสว. ติดอาวุธ SME พัฒนา SME Knowledge Center เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้ พร้อมก้าวสู่ความเป็น Modernization

0
สสว. ติดอาวุธ SME พัฒนา SME Knowledge Center เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้ พร้อมก้าวสู่ความเป็น Modernization

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการดำเนินงานพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ได้จัดงานแถลงข่าวงานพัฒนาองค์ความรู้สำหรับ SME หรือ Knowledge Center ประจำปี 2562 และสัมมนาในหัวข้อ “SMEs : Speed Up to the New Game” เพื่อต่อยอดความเข้าใจและเพิ่มศักยภาพของ SME ให้ก้าวสู่ความสำเร็จท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกยุคดิจิทัลโดยมี นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมเชิญวิทยากรระดับประเทศ ได้แก่ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ ซี แอส เอส เอ (ประเทศไทย) จำกัด , นายโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ ประธานอำนวยการบริหาร และที่ปรึกษาแบรนด์อาวุโส บริษัท ยังก์ แอนด์ รูบิแคม จำกัด และนายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย ที่จะมาชี้ทางให้ SME Speed up พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปด้วยกัน ณ ท้องเมย์แฟร์ แกรนด์บอลรูม A-B โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานหลักในการดำเนินงานพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs มาโดยตลอด สสว. จึงอยากจะติดอาวุธ ให้ SME ไทย ก้าวไปสู่ความทันสมัย Modernization ด้วย “SPEED” หรือกลยุทธ์ 5 หลักปฏิบัติคือ S – SMART ฉลาดรอบรู้ P – Proactive ทำงานในเชิงรุก E – Efficiency ทำงานมีประสิทธิภาพ E – Exclusive มีความพิเศษเฉพาะตัว และ D  – Digitalization ปรับกระบวนการทำงานสู่ระบบดิจิทัล เพราะในปัจจุบันทิศทางกระแสโลกชัดเจนว่าเทคโนโลยีไปเร็วกว่าความเป็นจริงเชิงธุรกิจ สมัยก่อนแข่งกับร้านค้าใกล้เรือนเคียง แต่สมัยนี้แข่งกับคนอื่น ๆ ที่อยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล จึงสมควรที่จะเร่งตัวเอง ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งของการปรับเปลี่ยนตัวเอง ที่จะกระตุ้นให้ทันการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะด้านเทคโนโลยี การแข่งขัน องค์ความรู้ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดและการแข่งขัน

ทั้งนี้ การดำเนินงานของ SME Knowledge Center จะดำเนินการแบบองค์รวมทั้งแบบออนไลน์ ที่กลุ่มผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงได้ง่าย ควบคู่ไปกับการลงพื้นที่ดำเนินการอบรมความรู้แก่ผู้ประกอบทั่วประเทศอย่างน้อย 4,000 รายจำนวน 21 ครั้ง แบ่งเป็น 6 เขตทั่วประเทศ คือภาคเหนือ อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย อุตรดิตถ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ขอนแก่น หนองคาย นครราชสีมา อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยองฉะเชิงเทรา ภาคตะวันตก ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี ภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และภาคกลาง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร อยุธยา สุพรรณบุรี นครสวรรค์ พิษณุโลก

โดยศูนย์ข้อมูลของสสว. (SME Knowledge Center) จะแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการดังนี้ 1. คลังข้อมูล (Knowledge) องค์ความรู้แบ่งเป็น 8 โมดูล ประกอบด้วย ด้านดิจิทัลการบริการ การตลาด การค้า สิทธิประโยชน์ทางภาษี บัญชีการเงิน และการจัดองค์ความรู้เฉพาะกลุ่ม (Tailor made) SME Knowledge Center ได้สรรหาเนื้อหาที่เจาะเฉพาะในแต่ละกลุ่มผู้ประกอบการ ตั้งแต่ Micro , Early Start / start up, Small, และ Medium Enterprises. ทำให้การได้รับรายละเอียดในสิ่งที่ใช่ของแต่ละกลุ่มมีมากขึ้น ตลอดระยะเวลา 8 เดือนต่อจากนี้ SAME KNOWLEDGE CENTER จะผลิตองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่กระชับและเข้าใจง่ายเพื่อ SME แต่ละกลุ่ม 2. การจัดตั้งส่วนบริการ (Physical Site) ที่จะมีการจัดที่ปรึกษาให้คำปรึกษาต่อสัปดาห์ หรือการให้ความรู้เป็นกลุ่มย่อยตามเวลานัดหมาย โดยรูปแบบการนำเสนอ ประกอบด้วย กรณีศึกษา การบริหารจัดการความรู้ การทำเวิร์คช็อปทดสอบศักยภาพ และการประชุมสัมมนา 3. โซเชียลมีเดีย (Social Media) การประเมินความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจบนแพลตฟอร์ม เช่น เฟซบุ๊ค ไลน์ ยูทูบ ทั้งสามส่วนนี้ จะดำเนินการในเฟสแรก ส่วนเฟสที่ 2 เป็นส่วนของข้อที่ 4 คือ ระบบจัดการโครงสร้าง (System Infrastructure) ทั้งการจัดการความเหมาะสมของผู้สอนต่อผู้ประกอบการนั้น การจัดการผู้เรียนระบบการติดตามผล และระบบจัดการหลักสูตร ที่จะเจาะจงกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการ “ว่าอยู่ในขั้นตอนการห้าธุรกิจระดับแรกเริ่ม ระดับปกติ หรือระดับเข้มแข็ง

สสว. คาดหวังว่าคลังข้อมูลองค์ความรู้สำหรับผู้ประกอบการ หรือ SME Knowledge Center นี้ จะเป็นศูนย์รวมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือให้ค้าปรึกษาธุรกิจด้านเศรษฐกิจดิจิทัล หรือด้านอื่นๆ ที่มีความต้องการโดยมีผู้เข้าร่วมอบรมอย่างน้อย 4,000 ราย และความรู้เพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคาดว่าในปีนี้ จำนวนผู้เข้าใช้บริการคลังข้อมูลองค์ความรู้ไม่น้อยกว่า 200,000 ครั้ง

ทั้งนี้ในงาน SMEs : Speed Up to the NEW Game ทางสสว. มุ่งหวังว่าผู้ประกอบการหรือสนใจทำธุรกิจของตัว จะสามารถต่อยอดความเข้าใจและใช้ศูนย์ความรู้ SME Knowledge Center เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ในการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของโลกดิจิทัล กับวิทยากรระดับประเทศ ที่จะชี้ทางให้ SME Speed Up ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยไปด้วยกัน