สำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษาฯ ร่วมกับ สถาบันอาหารและสถาบันอุตสาหกรรมสิ่งทอ ประกาศความสำเร็จโครงการพัฒนานวัตกรรมผลิตกัณฑ์ชุมชน สำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (IGNITE PLUS)

0
734

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม (สป.อว.) ผนึกกำลัง 2 หน่วยงาน สถาบันอาหาร (สอห.) และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (สสท.) ประกาศผลสำเร็จ “โครงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชนสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (IGNITE PLUS)” ภายใต้กลไกสำคัญ Innovation-Driven Enterprises (IDEs) หนุนผู้ประกอบการ OTOP ในสาขาสิ่งทอและอาหาร สร้างและพัฒนานวัตกรรมที่เหมาะสม ตอบโจทย์ยุค 4.0 พร้อมโชว์สุดยอดผลงานนวัตกรรมของผู้ประกอบการ 150 ผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น ร้อยละ 10 และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท

นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และ นวัตกรรม เปิดเผยว่า “กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มีนโยบายหลักในการเตรียมความพร้อมคนไทยสู่ฐานนวัตกรรมภายใต้โมเดล “ไทยแลนต์ 4.0” มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมอย่างครบวงจร โดยเริ่มจากการพัฒนาความสามารถของบุคลากร (Capacity Building) การพัฒนาฐานความรู้นวัตกรรม (Innovation Knowledge Based) และพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยหลักการของ BCG (Bio-Circular-Green) Economy Model เพื่อตอบโจทย์การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการ ชุมชน และเครือข่ายในทุกภาคส่วนของประเทศ

นอกจากนั้น นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กล่าวเสริมว่า “โครงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชนสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (GNITE PLU)” เป็นโครงการต่อยอดความสำเร็จจากปี 2560 เพื่อพัฒนาสินค้าชุมชนไทย ให้มีมูลค่าความแตกต่างและสู่สากล ด้วยการนำนวัตกรรมเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน เน้นเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการชุมชน ผลิตภัณฑ์ขายได้จริง ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น มีต้นทุนที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ตลอดระยะเวลา 7 เดือน สป.อว ร่วมกับ สอห. และสสท. ดำเนินกิจกรรมการฝึกอบรมบ่มเพาะแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยนวัตกรรม และการตลาดสมัยใหม่ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม ซึ่งกิจกรรมทุกขั้นตอนเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการ ในการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้ามาใช้เพื่อพัฒนาผลิตใหม่ โดยผลสำเร็จในการดำเนินโครงการ คือ การพัฒนาผู้ประกอบการเบื้องตัน 500 กิจการ และยกระดับผลิตภัณฑ์ ด้วยนวัตกรรม 150 ผลิตภัณฑ์

สำหรับแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของ 2 หน่วยร่วม คือ สถาบันอาหาร และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยทำงานร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการ หลอมรวมองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อพัฒนาผลิตใหม่ โดยให้ผู้ประกอบการนำวัตถุดิบ ที่มาจากธรรมชาติวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตร วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น และมีการพัฒนานวัตกรรมที่โดดเด่น เช่น

1) การนำความรู้เทคโนโลยีนวัตกรรม มาใช้ในการแก้ไขปัญหา เช่น การถนอมอาหารให้มีอายุการเก็บรักษานานขึ้น พกพาสะดวก และง่ายต่อการรับประทาน เช่น ขนมเทียน และขนมจีนน้ำยาใต้ พร้อมรับประทาน พร้อมปรับปรุงบรรจุกัณฑ์ ที่เหมาะสมทั้งด้านการเก็บรักษาคุณภาพสินค้า

2) การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพ ตามทิศทางของตลาดที่กำลังเติบโต เช่น การเพิ่มสารอาหารที่สำคัญ เช่น อาหารเด็กสูตร SYNBI0TIC น้ำผักเชียงดาเข้มขันแบบหยด กระโจมสมุนไพรย้อมสีธรรมชาติ กางเกงยีนส์สำหรับผู้สูงวัย และผ้ารัดเข่าบรรเทาอาการเจ็บปวด

3) การพัฒนาคุณสมบัติพิเศษ (Smart Function) เช่น คุณสมบัติการลามไฟ คุณสมบัติสะท้อนน้ำ และ คุณสมบัติการเก็บกักความชื้น พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอ เช่น พรมปูพื้น วอลเปเปอร์

4) การนำวัสดุจากรรมชาดิ (Smart Material) เช่น เส้นไยกก เส้นใยไผ่ เส้นใยมะพร้าว พัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก และของใช้ เช่น รองเท้าผ้าทอไทลื้อจากเส้นใยกลัวย เส้นใยไผ่จานใส่ผลไม้ และเซรามิก

5) การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษของเหลือ ในกระบวนการผลิตเพื่อลดตันทุน และการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Smart Eco-design) เช่น ดินจอมปลวก ซึ่งเป็นดิน ที่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ นำมาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเครื่องปั้นดินเผา น้ำพริกสับปะรดกรอบ ทำจากเศษสับปะรดที่แตกหัก จากสับปะรดทอด และเศษข้าวแตน เอามาทำ สแน็คบาร์

ภายในงานวันนี้ นำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนาจากโครงการมาจัดแสดง และจำหน่ายกว่า 30 แบรนด์ ณ ลานโปรโมชั่น 2 และ 2.3 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ช้อปสินค้า ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563