วันพฤหัสบดี, กันยายน 23, 2021
หน้าแรกNews2NIA ผนึก HUAWEI เดินหน้ายกระดับสตาร์ทอัพด้วยเทคโนโลยี 5G

2NIA ผนึก HUAWEI เดินหน้ายกระดับสตาร์ทอัพด้วยเทคโนโลยี 5G

2 กันยายน 2564 / NIA ร่วมกับ HUAWEI Thailand เปิดกิจกรรม DEMO DAY ในงาน Startup Thailand Club ครั้งที่ 6 หัวข้อ 5G Technology ในวันที่ 2 กันยายน 2564 ในรูปแบบกิจกรรมออนไลน์ ทาง Facebook Startup Thailand ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง NIA และ HUAWEI Thailand ในโครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G ปีที่ 3

นายปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เผยถึงกรอบความร่วมมือระหว่าง NIA  กับ HUAWEI Thailand ครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจาก NIA และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพของกำลังคน เพื่อสังคมนวัตกรรมที่ยั่งยืน เมื่อตุลาคม 2019 ซึ่งจาก MoU ฉบับนี้นำไปสู่ความร่วมมือในการจัดอบรมบ่มเพาะสตาร์ทอัพเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G ในโครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นหรือสตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการนวัตกรรมในระยะเริ่มต้นด้านเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) เข้าสู่กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้านเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G (Pre-incubator) และผลักดันเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะวิสาหกิจเริ่มต้น (Incubation program)

สำหรับโครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G เป็นโครงการที่มุ่งส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นและผู้ประกอบการนวัตกรรมในระยะเริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้านเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G (Pre-incubator) และผลักดันเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะวิสาหกิจเริ่มต้น (Incubation program) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง NIA และ HUAWEI Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  ผ่านกระบวนการอบรมเรียนรู้ในเรื่อง 5G Network, Cloud Service & IoT Synergy Program โดยปีนี้ได้เพิ่มการบ่มเพาะพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบของผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ทอัพด้วยการจัดกิจกรรมให้คำปรึกษา (Mentorship) เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ทอัพ ที่นำเทคโนโลยี 5G มาใช้ เข้าร่วมนำเสนอผลงานในกิจกรรม DEMO DAY  และส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ NIA เป็นการพัฒนาขีดความสามารถของสตาร์ทอัพให้สามารถขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต

นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ Chief Technology Officer (CTO), Carrier Network Business Group  บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือในโครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G ปีที่ 3 นี้ เป็นการสนับสนุนเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพในด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ผ่านการส่งมอบความรู้ในระดับสากลและหลักสูตรการอบรมชั้นนำอย่าง Huawei ASEAN Academy ประเทศไทย รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G ผนวกเข้ากับธุรกิจต่างๆ (5G Technology Mentoring) เพื่อช่วยให้เอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพเข้าใจในเทคโนโลยีมากขึ้นและสามารถนำไปประยุกต์ใช้และยกระดับแผนธุรกิจได้จริง จากการเข้ารับฟังแผนธุรกิจของหลายๆ เอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพในปีนี้ พบว่าบริษัทส่วนใหญ่มีความเข้าใจในศักยภาพและประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยี 5G มากขึ้น และมีแนวคิดในการประยุกต์รวมเทคโนโลยี 5G เข้ากับผลิตภัณฑ์ การบริการ หรือแผนธุรกิจในระยะสั้นหรือระยะยาวได้อย่างเหมาะสม ซึ่งสามารถนำมาประกอบเข้ากับความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศไทย สำหรับเทคโนโลยี 5G ประเทศไทยถือเป็นผู้นำในอาเซียนในการวางโครงข่าย 5G ให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ และยังเป็นผู้นำด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G ในภาคสาธารณสุข ภาคการศึกษา ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และการสร้างระบบนิเวศด้านเทคโนโลยี 5G ในด้านการบ่มเพาะบุคลากรเพื่อรองรับเทคโนโลยี 5G

กิจกรรม DEMO DAY ในงาน ‘Startup Thailand Club’ ครั้งที่ 6 ในวันที่ 2 กันยายน 2564  ภายใต้หัวข้อ 5G Technology เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และอัพเดทเทรนด์ล่าสุดของเทคโนโลยี 5G จากวิทยากรภาครัฐ เอกชน และกลุ่มนักลงทุนจากภาคส่วนต่างๆ  ได้แก่ ผศ.ดร.วรรณรัช สันติอมรทัต ประธานคณะอนุกรรมการแผนงานดิจิทัลแพลตฟอร์ม ดร.ณัฐนรินทร์ เนียมประดิษฐ์ CEO, Lean Business Design Thailand ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมการค้าส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ เอสเอ็มอี  คุณคณิศรา กาญจนวงศ์ Senior Fund Management and Business Development Manager, Beacon VC  คุณอมฤต เจริญพันธ์  Angel Investor และ Co-founder of Techsauce / HUBBA  และคุณอัฐพงศ์ ชูละออง 5G Solution Architect บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และผลงานจาก 4 สตาร์ทอัพที่ได้รับการคัดเลือก นำเสนอการพัฒนาแผนงานธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยี 5G  ได้แก่ ระบบสร้างห้องแรงดันลบ และควบคุมด้วยเทคโนโลยี IOT สำหรับการทำ home isolation โดยบริษัท เอ็นอาร์จีแทรค จำกัด  การส่งเสริมการขายเสมือนจริง ทำงานผ่านจอ Interactive 5G Network โดยบริษัท โปร-ทอยส์ จำกัด  แพลทฟอร์มสำหรับการเรียนการสอนดนตรีที่ผู้ปกครองติดตามพัฒนาการของเด็กๆ ได้ โดยบริษัท บีเอ็นเค มิวสิคมอล จำกัด และระบบ Telemedicine สำหรับโรงพยาบาลสัตว์ โดยบริษัท เพ็ท พอว์ จำกัด

นายปริวรรต ทิ้งท้ายฝากถึงสตาร์ทอัพหน้าใหม่ว่า ขณะนี้สถานการณ์ของสตาร์ทอัพทั่วโลกเกิดการชะลอตัวในการระดมทุนจากวิกฤตของโควิด-19 ดังนั้นสตาร์ทอัพควรปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี เรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ อาทิ 5G, Cloud, IoT เข้ามาปรับใช้เพื่อความอยู่รอดและสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่เพื่อการเติบโตต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments