วันจันทร์, กันยายน 20, 2021
หน้าแรกNewsมาสเตอร์การ์ดเปิดตัว “สตาร์ท พาร์ท” โปรแกรมด้านคริปโตเคอร์เรนซีและเทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับสตาร์ทอัพ

มาสเตอร์การ์ดเปิดตัว “สตาร์ท พาร์ท” โปรแกรมด้านคริปโตเคอร์เรนซีและเทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับสตาร์ทอัพ

ตั้งแต่การสร้างมาร์เก็ตเพลสสำหรับ NFT หรือ Non-Fungible Token ไปจนถึงการเปิดใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่ๆเพื่อความยั่งยืน

สตาร์ทอัพด้านสกุลเงินคริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกเจ็ดแห่ง เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม“Start Path” โดยมาสเตอร์การ์ดเพื่อเข้าถึงโอกาสด้านพันธมิตร ข้อมูลเชิงลึกและเครื่องมือเพื่อการเติบโต

กรุงเทพ – 27 สิงหาคม 2021 – มาสเตอร์การ์ดประกาศเปิดตัว “สตาร์ท พาร์ท” (Start Path) โปรแกรมระดับโลกสำหรับสตาร์ทอัพที่มุ่งสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล บล็อกเชน และบริษัทคริปโตเคอเรนซีซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ มีธุรกิจสตาร์ทอัพเจ็ดแห่งเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ได้แก่ Mintable จากสิงค์โปร์ STACS, GK8, Domain Money, SupraOracles, Taurus และ Uphold ซึ่งนับเป็นการต่อยอดการทำงานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของมาสเตอร์การ์ด เพื่อค้นหาหนทางในการขยายและผลักดันให้เกิดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงมอบความปลอดภัย และความสะดวกสบายให้แก่ผู้คนและสถาบันต่างๆ ในการซื้อ ขายและเป็นเจ้าของคริปโตเคอร์เรนซีและ
สินทรัพย์ดิจิทัล

สตาร์ทอัพจากสิงค์โปร์

Mintable เป็นสตาร์ทอัพจากสิงค์โปร์ซึ่งทำหน้าที่เป็นมาร์เก็ตเพลสสำหรับโทเคน NFT หรือ Non-Fungible Token ที่ซึ่งผู้ใช้สามารถสร้าง ซื้อ และขายสินทรัพย์ทั้งที่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลและสินทรัพย์ทั่วไป อาทิ ของสะสมดิจิทัล งานศิลปะสไตล์อวองต์-การ์ด และดนตรี บนมาร์เก็ตเพลสที่ได้รับการรองรับโดยเทคโนโลยีบล็อกเชน แพลตฟอร์ม Mintable เต็มไปด้วยฟังก์ชั่นใหม่ๆ อาทิ การผลิตเหรียญดิจิทัลซึ่งไม่เกิดมลภาวะ และการซื้อขายเครดิตการ์ด ฟังก์ชั่นเหล่านั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อให้บุคคลทั่วไปนำ NFT ไปใช้ได้โดยไม่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับคริปโตหรือการเขียนโค้ด STACS เป็นสตาร์ทอัพจากสิงค์โปร์ที่นำเสนอโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่อุตสาหกรรมการเงินและช่วยให้กระบวนการดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น ลูกค้าและพันธมิตรของ STACS มีทั้งธนาคารระดับโลก ตลาดหุ้นระดับประเทศและผู้จัดการสินทรัพย์

แซนดีป มัลโฮทรา รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า “ในฐานะผู้ให้บริการด้านการชำระเงินแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ มาสเตอร์การ์ดมุ่งมั่นมอบตัวเลือกด้านการชำระและรับชำระเงินให้แก่ผู้คนและธุรกิจต่างๆ โดยนำเสนอตัวเลือกใหม่ๆ อันได้แก่ สกุลเงินคริปโต การจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์และสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้เครือข่ายของมาสเตอร์การ์ดมีศักยภาพมากขึ้นในอนาคต โดยทำให้มาสเตอร์การ์ดเป็นผู้ที่ถือสิทธิบัตรบล็อกเชนที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมการชำระเงิน และครอบคลุมธุรกิจทุกภาคส่วน แต่มาสเตอร์การ์ดไม่สามารถบรรลุจุดมุ่งหมายนี้ได้โดยผู้เดียว

นี่คือสาเหตุที่มาสเตอร์การ์ดหมั่นค้นหาวิธีการสนับสนุนและชักชวนผู้เล่นใหม่ๆ – อาทิ กลุ่มสตาร์ทอัพคริปโตเหล่านี้ – เข้ามาร่วมงานผ่านโปรแกรม “Start Path Crypto” มาสเตอร์การ์ดจะได้ร่วมงานกับสตาร์ทอัพที่มีอนาคตไกลในระดับโลกเหล่านี้ เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของอุตสาหกรรม พร้อมกับแบ่งปันความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาหลายสิบปีและเครือข่ายระดับโลกของมาสเตอร์การ์ดกับธุรกิจเหล่านี้ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถขยายตัวและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว นับเป็นการแบ่งปันข้อมูลและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ผู้บริโภค 45% ในเอเชียแปซิฟิกแสดงความสนใจที่จะใช้สกุลเงินคริปโตในปีนี้ – ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มจาก 12% ที่ได้ใช้สกุลเงินคริปโตแล้วในปีที่ผ่านมา – ข้อมูลดังกล่าวออกมาในเวลาเดียวกันกับที่ความกระตือรือร้นในการใช้เทคโนโลยีด้านการชำระเงินพุ่งสูงขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคเนื่องมาจากสถานการณ์การระบาด ยิ่งไปกว่านั้นดัชนีผลสำรวจการชำระเงินวิถีใหม่ของมาสเตอร์การ์ด Mastercard New Payments Index ยังเผยให้เห็นว่า ผู้บริโภคมีความสนใจใช้คริปโตเคอร์เรนซีในการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน การสำรวจยังระบุด้วยว่าระดับความสนใจในการใช้สกุลเงินคริปโตพุ่งสูงสุดในกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทย โดย 46% ของผู้บริโภคในไทยรู้สึกสะดวกใจที่จะใช้สกุลเงินคริปโตในการซื้อขายสินค้าต่างๆ เทียบกับผู้บริโภคเพียง 40% ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและระดับโลก

ไอลีน ชูว ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ มาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า “ผู้บริโภคและธุรกิจในประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเปลี่ยนระบบความคิดและรูปแบบการทำงานไปเป็นแบบ “digital by default” อย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น 96% ของผู้คนในประเทศไทยจะพิจารณาใช้ระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ๆ อย่างน้อยหนึ่งรูปแบบ อาทิ  คิวอาร์โค้ด กระเป๋าเงินดิจิทัล คริปโตเคอร์เรนซี ไบโอเมตริก และอื่นๆ ในปีหน้า [1] เพื่อรักษาความสามารถของบริษัทในการตอบโจทย์ความต้องการและความคาดหวังของผู้บริโภค มาสเตอร์การ์ดมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชั่นและโปรแกรมที่เชื่อมโยงหลักการด้านการเงินในกระแสหลักเข้ากับนวัตกรรมด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อสร้างระบบการชำระเงินดิจิทัลที่ทุกคนสามารถใช้ได้ในทุกๆที่”

ธุรกิจสตาร์ทอัพ สินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชนซึ่งมีการเติบโตรวดเร็วอื่นๆ ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม “Start Path” ได้แก่:

  1. GK8 (อิสราเอล) แพลตฟอร์มที่ให้บริการดูแลและรับฝากทรัพย์สินประเภทคริปโทเคอร์เรนซี (crypto custody) ผ่านการเข้ารหัสแบบ end-to-end ด้วยตนเอง ที่นำเสนอบริการตู้นิรภัยแบบ Air Gap อย่างแท้จริง ทำให้แพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถสร้าง ลงนาม และส่งต่อการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนได้โดยไม่ต้องรับข้อมูลจากระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้ลดความเสี่ยงจากการโจมตีจากไซเบอร์ไปโดยปริยาย
  2. Domain Money (สหรัฐอเมริกา) กำลังวางแผนสร้างแพลตฟอร์มด้านการลงทุนรุ่นใหม่ ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงช่องว่างระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลและระบบการเงินแบบดั้งเดิมสำหรับนักลงทุนด้านการค้าปลีก
  3. Uphold (สหรัฐอเมริกา) แพลตฟอร์มประเภท Cryto-Native สำหรับสินทรัพย์และสกุลเงินดิจิทัลหลากหลายรูปแบบ นำเสนอบริการด้านการลงทุนและการชำระเงินสำหรับผู้บริโภคและธุรกิจทั่วโลก ประสบการณ์ซื้อขายแบบ Anything- to-Anything ของ Uphold ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อขายสินทรัพย์ประเภทต่างๆได้โดยตรง ผ่านการชำระเงินแบบที่ฝังอยู่ในระบบ สำหรับอนาคตที่ซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงบริการด้านการเงินได้โดยสะดวก
  4. SupraOracles (สวิตเซอร์แลนด์) เป็นตัวกลางระหว่างเครือข่ายบล็อกเชนกับข้อมูลภายนอก (blockchain oracle) ที่ทำหน้าที่ช่วยธุรกิจในการเชื่อมโยงข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริงกับธุรกิจภาครัฐและเอกชน ทำให้สมาร์ท คอนแทรกที่สามารถทำงานร่วมกันได้ ส่งผลให้ตลาดการเงินดำเนินงานได้อย่างเรียบง่ายและมีอนาคตที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น
  5. Taurus (สวิตเซอร์แลนด์) นำเสนอโครงสร้างพื้นฐานระดับองค์กร เพื่อจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลใดๆ ก็ตามที่ทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มเดี่ยวๆ อันได้แก่ สินทรัพย์คริปโต สกุลเงินดิจิทัล และสินทรัพย์โทเคน รวมถึงการตีพิมพ์ การดูแล การจัดการและการซื้อขายสินทรัพย์

ผู้ก่อตั้งบริษัทด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและบล๊อกเชนที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสมาร์ท พาร์ท มีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาต่างๆ อันได้แก่ กระบวนการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเค็น การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล การดูแลความปลอดภัยด้านดิจิทัล และการเข้าถึงระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมและแบบดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อ

นวัตกรรมด้านสินทรัพย์และเทคโนโลยีด้านการเงิน (Fintech)

การสนับสนุนระบบนิเวศสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพนับเป็นหนึ่งในความตั้งใจหลักของมาสเตอร์การ์ด และมีสตาร์ทอัพกว่า 250 บริษัทเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม “สตาร์ท พาร์ท” มาตั้งแต่ปี 2014 โปรแกรม “สตาร์ท พาร์ท” ครอบคลุมธุรกิจสตาร์ทอัพด้านคริปโต บล็อกเชน และสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมาสเตอร์การ์ดทำหน้าที่มอบเครื่องมือและโซลูชั่นใหม่ล่าสุดเพื่อช่วยให้บริษัทเหล่านี้สามารถเติบโตด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี บริษัทสตาร์ทอัพเหล่านี้ใช้โปรแกรมดังกล่าวเพื่อเชื่อมต่อกับระบบของมาสเตอร์การ์ด ซึ่งมีธนาคาร ผู้ค้า พันธมิตรและผู้เล่นอื่นๆ ในโลกดิจิทัลจากทั่วโลก ร่วมมือในการมอบโซลูชั่นใหม่ๆ

สตาร์ทอัพที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม “Start Path” สามารถสมัครเพื่อเข้าร่วมได้ที่นี้

RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments