วันเสาร์, ตุลาคม 16, 2021
หน้าแรกMovieDEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย

DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย

ข้อมูลภาพยนตร์

ชื่อเรื่อง: DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย

ความยาว: 1 ชั่วโมง 38 นาที

กำหนดฉาย: วันที่ 16 กรกฎาคม 2564

อำนวยการสร้าง: บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด

นักแสดง: แคร์-ปาณิสรา ริกุลสุรกาน, เค เลิศสิทธิชัย, เฟิร์น-ศุภนารี สุทธวิจิตรวงษ์, กิต-กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์

ผู้กำกับ:  สิตา ลิขิตวนิชกุล, เจตริน รัตนเสรีเกียรติ, อภิรักษ์ สมุดกิจไพศาล, ธนบดี เอื้อวิทยา, อดิเรก วัฏลีลา

ผู้เขียนบท: วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, สิตา ลิขิตวนิชกุล, อภิรักษ์ สมุดกิจไพศาล,  กิตติธัช นกงาม, เจตริน รัตนเสรีเกียรติ, ธนบดี เอื้อวิทยา

ผู้ควบคุมการสร้าง: สง่า ฉัตรชัยรุ่งเรือง, อทัย คุ้มคง, ปณต อุดม, ทัศนดนัย ประมาณ

เมื่อนักศึกษาแพทย์ที่อดนอนเป็นกิจวัตร เข้าร่วมการทดลองที่เดิมพันด้วยชีวิต

ถ้าพวกเขาเผลอหลับ…เป็นตาย

การอดนอนกลายเป็นภารกิจที่อาจต้องแลกมาด้วยชีวิต เมื่อกลุ่มนักศึกษาแพทย์ 4 คน เจน วิน ซิน และพีช ถูกล่อลวงให้เข้าร่วมโปรเจกต์ทดลองลับทางวิทยาศาสตร์ “DEEPกับเงื่อนไขที่ว่า ถ้าพวกเขาสามารถอดนอนได้ ก็จะได้รับเงินมหาศาล แต่ถ้าเผลอหลับมากกว่า 60 วินาทีก็จะตายทันที และเมื่อ DEEP กลายเป็นโปรเจกต์หายนะ อาสาสมัครอดนอนทั้งสี่ รวมถึงน้องสาวของเจน ก็ค้นพบว่าพวกเขาต้องเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อแลกกับอนาคตและชีวิต

ร่วมหาคำตอบของภารกิจสุดท้าทาย คนเราจะไปสุดกับการอดนอนได้ขนาดไหน ถ้าได้เงิน?

DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย วันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ที่ Netflix

ตัวละครหลัก

แคร์-ปาณิสรา ริกุลสุรกาน รับบท เจน เด็กสาวเปี่ยมไปด้วยความชาญฉลาดและความมุ่งมั่น เจนทำผลการเรียนได้ดีมาตลอด โดยไม่ทิ้งความรับผิดชอบในการดูแลยายและ “จูน” น้องสาวให้ดีที่สุด เจนเป็นคนที่มีระเบียบแบบแผนในการใช้ชีวิต และต้องการให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบถึงขั้นเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ รวมถึงเป็นโรคนอนไม่หลับเพราะมักคอยวิตกกังวล เป็นห่วงน้องสาวที่ชอบกลับบ้านดึก และคอยตื่นมากลางดึกเพื่อเฝ้าดูยายที่หลับอยู่ด้วยความเป็นห่วง

เค เลิศสิทธิชัย รับบท วิน หนุ่มหล่อและนักบาสประจำมหาวิทยาลัย ที่ชอบปาร์ตี้เป็นชีวิตจิตใจ ด้วยบุคลิกที่ขี้เล่นและเป็นมิตร วินจึงเป็นขวัญใจของเพื่อนๆ แม้ว่าวินจะพกความมั่นหน้าและมั่นใจเกินร้อยติดตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่มีใครรู้ว่าการที่วินชอบสังสรรค์ ปาร์ตี้กับเพื่อนจนดึกดื่นเป็นการหลบหนีจากความรู้สึกอ่อนแอ ช่วยให้เขาลืมเรื่องของแม่ที่ฆ่าตัวตายไปได้ แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ

เฟิร์น-ศุภนารี สุทธวิจิตรวงษ์ รับบท ซิน บิวตี้บล็อกเกอร์ประจำคณะ ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีคนสนใจอยู่เสมอ ด้วยความที่เป็นคนเรียนเก่ง ซินเลยถูกครอบครัวบังคับให้เรียนแพทย์ ทั้งๆที่ฝันอยากเรียนนิเทศฯมาโดยตลอด ซินมีความเป็นตัวของตัวเองสูง และหมกมุ่นกับการมีตัวตนในโลกโซเชียลฯ เพราะต้องการหาเงินเลี้ยงตนเองและเป็นอิสระจากพ่อแม่ ทุกคืนซินจึงใช้เวลาไปกับการไลฟ์สด และปั่นยอดวิวของตนเองจนไม่หลับไม่นอน

กิต-กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์ รับบท พีช เด็กเนิร์ดที่โหยหาการยอมรับจากเพื่อนๆ แม้ว่าฐานะทางการเงินของครอบครัวจะทำให้เขาสามารถมีได้ทุกอย่าง แต่ชีวิตมหาวิทยาลัยของพีชก็เป็นไปอย่างโดดเดี่ยว เพราะเป็นคนที่เข้าสังคมไม่เก่ง พีชจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในโลกของเกม และเฝ้าติดตามดูซิน ผู้หญิงที่เขาแอบชอบ เมื่อเธอไลฟ์สดในโลกโซเชียลฯ ทุกคืน

บทสัมภาษณ์นักแสดง

แคร์-ปาณิสรา ริกุลสุรกาน (รับบท เจน)

Q: เล่าถึงคาแรคเตอร์ในเรื่องที่ได้รับ

A: เจน เป็นตัวละครที่เหมือนคนทั่วไป ที่พยายามถีบตัวเองขึ้นไปในจุดที่ตัวเองคิดว่าประสบความสำเร็จ เป็นเสาหลักของครอบครัว ที่มีภาระต้องดูแล ในขณะที่เป็นนักเรียนแพทย์ไปด้วยอีก ซึ่งมันต่างจากบทที่เราเคยได้รับมามากๆ และก็ไม่เหมือนเราในชีวิตจริงเท่าไหร่ในแง่ของการสู้ชีวิต เลยต้องทำการบ้านอยู่พอสมควร

Q: มีวิธีเข้าถึงคาแรคเตอร์อย่างไร และ ทำการบ้านมาอย่างไรบ้างสำหรับตัวละคร “เจน”

A: ด้วยความที่เจนมีความเป็นเพอร์เฟคชันนิสต์สูง ในขณะที่แคร์คิดว่าตัวเองเป็นคนสบายๆ ไม่ได้เป็นคนที่จริงจังเรื่องความเรียบร้อยขนาดนั้น แต่แคร์เองจะจริงจังเรื่องเวลาค่ะ ซึ่งตรงนี้มันก็มีส่วนที่แคร์คิดว่าคล้ายกับตัวละครเจนอยู่ ทำให้เราก็สามารถเข้าใจตัวละครได้ในระดับหนึ่ง

Q: เล่าถึงประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับผู้กำกับรุ่นใหม่ แตกต่างจากประสบการณ์ที่เคยทำมาไหม

A: แคร์รู้สึกว่าการมีผู้กำกับหลายคนมันดีมาก เพราะเราจะมีหลายมุมมอง ช่วยกันระดมไอเดีย และด้วยผู้กำกับเป็นคนรุ่นใหม่อีกเนี่ย แคร์รู้สึกว่าพวกเขาส่งมอบมุมมองในการทำงาน และบรรยากาศใหม่ๆ เวลาไปกอง แคร์รู้สึกเหมือนเราไปทำงานกับเพื่อน มันน่ารักมากๆ

Q: เล่าถึงประสบการณ์ในการถ่ายทำ หรือ การร่วมงานกับนักแสดงคนอื่นๆ

A: เรียกได้ว่าสนิทกันเลยค่ะ เราถ่ายด้วยกันประมาณ 2 เดือน ทั้งเค กิต และเฟิร์น คือคุยเล่นกันเหมือนเพื่อนเลยค่ะ

Q: ในฐานะนักแสดงมีตรงไหนที่รู้สึกว่าประทับใจ หรือท้าทายมากเป็นพิเศษในการเล่นเป็นตัวละคร “เจน”

A: คือเจนเป็นคนที่เก็บความรู้สึกมากๆ พอมันมีซีนที่ตัวละครได้ปลดปล่อยตัวเอง ปล่อยความรู้สึกออกมา มันทำให้แคร์รู้สึกว่าเซอร์ไพรส์กับการกระทำนั้นๆของเจนมาก ส่วนในซีนที่มีความลุ้นๆ ตอนที่ตัวละครกำลังเสี่ยงตายอะไรแบบนั้น เป็นซีนที่ยากมากสำหรับแคร์เพราะต้องใช้พลังงานเยอะมาก

Q: ในภาพยนตร์ DEEP มีเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยลงรอย ระหว่างตัวละคร เจน และน้องสาวที่ชื่อจูนด้วย แคร์มีวิธีถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องอย่างไร

A: แคร์มีพี่ชายค่ะ ความผูกพันระหว่างเจนกับจูน ส่วนหนึ่งแคร์ก็เอาแรงบันดาลใจมากจากความสัมพันธ์ของแคร์กับพี่ชายเองค่ะ

Q: คิดว่าคนดูจะได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการดูเรื่อง DEEP

A: ส่วนตัวแคร์คิดว่าคนดูจะได้เรียนรู้จากการเดินทาง การเติบโตของเจน จากเริ่มแรกที่เจนเป็นคนที่รักครอบครัวมาก มากจนเหมือนกอดครอบครัวไว้จนแน่นเกินไป จนเกิดเรื่องราวมากมายที่ทำให้เจนเรียนรู้ถึงจุดตรงกลาง จุดสมดุลของความรักและความสัมพันธ์ คิดว่าคนดูน่าจะได้เรียนรู้จากเจนมากมายค่ะ

Q: ปกติแคร์ดู Netflix ไหม ชอบเรื่องอะไรเป็นพิเศษ

A: ดูค่ะ ปกติดู Netflix อยู่แล้ว อย่างเรื่องล่าสุดที่เพิ่งดูจบคือ Sweet Tooth ซึ่งเป็นซีรีส์ที่น่ารักมาก ดูจบแบบรวดเดียวเลย ตรงกับแนวปกติที่แคร์ชอบดูอยู่แล้วคือซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่ feel good สบายๆ ค่ะ สำหรับซีรีส์เกาหลี เคยดูเรื่อง Itaewon Class เพราะเพื่อนแนะนำมาว่าน่ารักดี ซึ่งพอแคร์ดูก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องราวการสู้ชีวิตของคนที่ทำให้แคร์มองว่าซีรีส์เกาหลีก็น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ

Q: รู้สึกอย่างไรที่ DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย จะได้ฉายใน Netflix ที่มีผู้ชมมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก

A: รู้สึกดีค่ะ ตื่นเต้นมากๆ ที่ DEEP จะได้ไปทั่วโลกเลย

Q: มีอะไรจะบอกกับแฟนๆ ที่รอดูภาพยนตร์เรื่องนี้ไหม

A: แคร์รู้สึกว่า DEEP เป็นภาพยนตร์รูปแบบที่ยังไม่ได้เห็นบ่อยมากในไทย อยากให้ทุกคนลองดูผลงานของคนรุ่นใหม่ ที่แตกต่างจากที่เคยทำมา แคร์เองสนุกกับการทำงานในเรื่องนี้มาก เต็มที่มากๆ ทีมงานนักแสดงคนอื่นก็เต็มที่เหมือนกัน ก็อยากฝาก บน Netflix ด้วยนะคะ

เค เลิศสิทธิชัย (รับบท วิน)

Q: เล่าถึงคาแรคเตอร์ในเรื่องที่ได้รับ

A: วิน เป็นนักเรียนแพทย์ที่ดูร่าเริง เป็นนักกีฬาบาสของมหาลัย เข้ากับเพื่อนง่าย รักเพื่อน แต่ถึงภายนอกจะดูสดใส แต่ภายในของเขาเนี่ยครับมีปมเรื่องครอบครัวอยู่ ด้วยความที่แม่เสียไปตอนเด็กๆ ทำให้ไม่ลงรอยกับพ่อ ก็เลยพยายามปิดตรงนั้นไว้ เป็นคนที่มีอะไรซ่อนไว้ภายใต้บุคลิกที่ร่าเริงครับ

Q: เค รู้สึกว่าตนเองมีความเหมือนหรือแตกต่างจากตัวละคร “วิน” อย่างไรบ้าง

A: ผมกับวินมีความคล้ายกันอยู่ครับ ในเรื่องนิสัย ผมเป็นคนเข้ากับคนง่าย ส่วนวินเป็นทั้งนักกิจกรรม ส่วนการเรียนก็ดี ทำให้มีเพื่อนเยอะ และยังเป็นคนเฮฮา เป็นสีสันของเพื่อนๆ ตอนผมเรียนอยู่ ผมก็เป็นคนสนุกเข้ากับคนง่าย เป็นคนเฟรนด์ลี่ ตอนผมไปแคสบทของวิน ผู้กำกับก็บอกว่าวินตรงกับคาแรคเตอร์ที่เคเป็นอยู่แล้ว เลยคิดว่าสิ่งที่แสดงออกมาใกล้เคียงกับตัวเองครับ

ส่วนเรื่องที่ต้องทำการบ้านพิเศษคือ ปมเรื่องแม่ของวิน ซึ่งเป็นปมหลักในใจของเขามาตลอด ผมว่ามันเป็นเรื่องเซนซิทีฟในใจของวินมากๆ ผมต้องทำการบ้านในปมที่ว่าเขาว่าต้องเสียคนรักไป โดยได้ปรึกษา พูดคุยกับผู้กำกับและครูสอนการแสดง และมีดูหนังเพิ่มเติมครับ สิ่งที่ยากคือวินเป็นตัวละครที่มีความเก็บกด เวลาอยู่กับเพื่อนเขาเฮฮา แต่จริงๆ แล้วเขาไม่มีความสุขที่บ้านเลย

Q: เป็นอย่างไรบ้างกับการเปลี่ยนบทบาทจาก YouTuber สู่งานแสดงอย่างเต็มตัว มีความท้าทายและแตกต่างอย่างไรบ้าง

A: งานแสดงถือเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่ผมได้ลองทำครับ สำหรับความแตกต่างคือ การเป็น YouTuber เราได้แสดงตัวตนของเราในคลิป เหมือนรายการเรียลลิตี้ แน่นอนว่าเราต้องทำการบ้านในเชิงของการคิดคอนเทนต์ ว่าจะไปที่ไหนบ้าง มีอะไรบ้าง และทำรีเสิร์ชเพิ่มเติม แต่การเป็นนักแสดงยากกว่าเยอะ เพราะคือการเอาคาแรคเตอร์และบทบาทของคนอื่นมาใส่ตัวเรา ผมมองว่าการเป็นนักแสดงทำให้รู้จักโลก รู้จักคนมากขึ้น รวมถึงนิสัยของคนที่มีหลายประเภท เมื่อก่อนเราอาจจะไม่คิดว่ามีคนแบบนี้ด้วย ไม่เข้าใจว่าทำไมบางคนถึงแสดงออกในแบบที่เขาทำ แต่งานแสดงทำให้เราเข้าใจมากขึ้นครับ

Q: ในฐานะคนที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านการเป็น YouTuber และงานแสดง อยากให้เคฝากข้อคิดกับน้องๆที่กำลังทำตามความฝัน

A: ผมว่าอย่างแรก คือ เราค้นหาตัวตนก่อนว่า ตัวเองชอบอะไร อย่าไปดูที่ปลายทางของความสำเร็จ ผมมองว่าการที่เราจะทำอะไรประสบความสำเร็จได้อย่างแรกคือเราต้องมีแพชชั่น เพราะถ้าเราชอบอะไร เราจะทำสิ่งนั้นได้ดี คนเราไม่จำเป็นต้องทำสิ่งเดียวกันเพื่อจะประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น YouTuber หรือนักแสดง อาจจะเริ่มจากการค้นหาตัวเองก่อนว่าเราชอบไหม เราอยากทำสิ่งนี้จริงๆไหม อย่าไปคิดว่าจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า อย่าให้คำถามนี้เข้ามาในใจเลยครับ แค่ลงมือทำและอย่าหยุดครับ

Q: เล่าถึงประสบการณ์ในการถ่ายทำ หรือ การร่วมงานกับนักแสดงคนอื่นๆ

A: การทำงานร่วมกับนักแสดงมันง่ายมากเลยครับ ด้วยความที่เราอายุไล่เลี่ยกันหมดเลย คุยกันสื่อสารกันได้แบบไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ ทุกคนเป็นเหมือนเพื่อนกันไปแล้ว อย่างพี่กิตเราก็จะสนิทกันเร็วหน่อยด้วยความที่ทัศนคติเรามันไปด้วยกันได้ครับ อยู่ในกองเราเล่นกันตลอด พี่กิตชอบเล่นเกม ชอบอ่านการ์ตูน ผมก็ชอบเหมือนกัน ส่วนบรรยากาศการทำงานกับนักแสดงคนอื่นๆก็สนุกมากครับ

Q: การทำงานกับทีมผู้กำกับรุ่นใหม่เป็นอย่างไรบ้าง

A: ผมว่าทุกคนทำงานเป็นทีม และมีความตั้งใจมาก แต่ละคนมีความมุ่งมั่นมาก ทุกคนเสนอไอเดียของตัวเอง ตอนแรกจะมีความเกรงใจหน่อยเพราะ ผู้กำกับอายุน้อยกว่าเค แต่พอเราได้เปิดใจคุยกันว่าถ้ามีปัญหาหรืออยากจะปรับอะไรตรงไหน มาบอกได้เลยไม่ต้องเกรงใจ สุดท้ายเราก็สามารถสื่อสารกันได้แบบราบรื่น น้องเขาเองก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีไฟ โดยรวมแล้วเป็นประสบการณ์ที่ดีมากครับ

Q: คิดว่าคนดูจะได้เรียนรู้อะไรจาก DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย บ้าง

A: ผมว่าคนดูจะได้เรียนรู้คุณค่าของเวลามากขึ้น และท้ายที่สุดเงินไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต และเงินก็ซื้อเวลาไม่ได้ครับ

Q: รู้สึกอย่างไรที่ DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย จะได้ฉายใน Netflix ที่มีผู้ชมมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก

A: ดีใจมากเลยครับตอนแรกที่ทราบ ผมว่า Netflix เป็นแพลตฟอร์มที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แค่เปิด Netflix ก็ดูได้ ผมว่าในช่วงนี้มันน่าจะตอบโจทย์ที่สุดแล้วครับ

Q: มีอะไรจะบอกกับแฟนๆ ที่รอดูภาพยนตร์เรื่องนี้ไหม

A: อยากให้ทุกคนมาดูเรื่องราวของนักศึกษาแพทย์ ที่เอาตัวเองเข้าไปในการทดลองที่ห้ามหลับนะครับ รับรองว่าทั้งตื่นเต้น ทั้งดราม่า จัดเต็ม อยากให้ทุกคนมาดูและก็เป็นกำลังใจให้เคและก็ทีมงานทุกคนด้วยนะครับ ทีมงานและนักแสดงเต็มที่ทุกคนจริงๆครับ ฝากภาพยนตร์เรื่อง DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย บน Netflix ด้วยนะครับ

เฟิร์น-ศุภนารี สุทธวิจิตรวงษ์ (รับบท ซิน)

Q: เล่าถึงคาแรคเตอร์ในเรื่องที่ได้รับ

A: ซินเป็นนักเรียนหมอ ที่จริงๆไม่ได้อยากเป็นหมอ แต่ด้วยความคาดหวังจากที่บ้านอยากให้เป็นก็เลยสอบติดมาเป็นนักเรียนแพทย์ค่ะ จริงๆแล้วซินอยากเป็นเน็ตไอดอล ก็เลยมีช่องของตัวเอง หาทางมีคนติดตามเยอะๆ เพื่อทำตามความฝันตัวเองค่ะ

Q: มีวิธีเข้าถึงคาแรคเตอร์อย่างไร และ ทำการบ้านมาอย่างไรบ้างสำหรับตัวละคร “ซิน”

A: ด้วยความที่บทซินเป็นอะไรที่ไม่เหมือนเราเลย ซินเป็นคนแบ๊วๆ ใสๆ เป็นเน็ตไอดอล ในขณะที่เฟิร์นรู้สึกว่าเฟิร์นเป็นคนตลกอ่ะ มันเลยมีความท้าทาย เราเองต้องไปเรียนการแสดง เราก็พยายามศึกษาตัวละครหนักมาก อ่านบทและพยายามทำความเข้าใจมัน และก็พยายามเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น พยายามเป็นซินให้ได้

Q: ประสบการณ์ในการทำงานกับผู้กำกับรุ่นใหม่เป็นอย่างไรบ้าง

A: ก็แตกต่างบ้าง แต่เราว่าเรื่องอายุไม่ค่อยเกี่ยวเท่าไร แต่การมีผู้กำกับหลายคนอาจจะแตกต่างจากที่เราเคยทำงานมาบ้าง เพราะมีการแลกเปลี่ยนไอเดียระหว่างผู้กำกับกันเยอะ แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นไปได้ด้วยดีค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรเลย เราว่ากลับกันมันทำให้มีตาหลายคู่คอยดูว่าตรงนี้ดีหรือยัง ทำให้การแสดงออกมาดีขึ้นค่ะ

Q: เล่าถึงประสบการณ์ในการถ่ายทำ หรือ การร่วมงานกับนักแสดงคนอื่นๆ

A: รู้สึกสนุกค่ะ จริงๆกับทีมงานเองก็สนุกมาก เพราะเหมือนว่าเราเป็นเพื่อนกันหมด มันเลยทำให้บรรยากาศในกองอบอุ่นมาก

Q: ซีนไหนที่เราจำได้แม่นที่สุด เพราะอะไร

A: มันจะมีซีนที่มีการปั๊มหัวใจเกิดขึ้น เราจะไม่สปอยล์นะคะว่าใคร (หัวเราะ) ซึ่งสำหรับเราที่ไม่เคยทำ CPR มาก่อนมันค่อนข้างยากมาก เพราะมันจะต้องหลายอย่างมาก คือหนึ่งท่าต้องถูกต้อง เพราะถ้าทำผิด ไม่ถูกวิธีก็จะไม่สมจริง ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ธรรมชาติให้สมจริงถึงแม้จะไม่ได้ลงแรงไปจริงๆ อะไรแบบนี้ค่ะ แต่ทางผู้กำกับก็มีพี่พยาบาลมาช่วยเวิร์คช็อปให้ด้วยค่ะ ถือเป็นซีนที่น่าจดจำสำหรับเฟิร์น เพราะมันยาก แต่ก็สนุกค่ะ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เยอะมากเลย

Q: จุดไหนในบท ซิน ที่รู้สึกว่ายาก หรือท้าทายที่สุด

A: คือตัว ซิน เนี่ยโดนที่บ้านบังคับกดดันให้เรียนแพทย์ ทั้งที่จริงๆ อยากเรียนนิเทศฯ ตรงข้ามกับเฟิร์นตัวจริงเลยที่เรียนนิเทศฯ แล้วที่บ้านก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยค่ะ ซึ่งตรงนี้เราก็อาศัยการอ่านบทเยอะๆ ปรึกษากับผู้กำกับ คุยกันเยอะๆ ค่ะ ทุกคนช่วยเหลือจนออกมาเป็นคาแรคเตอร์ซินที่เห็นกันใน DEEP ค่ะ

Q: ปกติเฟิร์นดู Netflix ไหม ชอบเรื่องอะไรเป็นพิเศษ

A: ดูค่ะ ชอบดูอะไรที่ตื่นเต้นๆ อย่างล่าสุดที่ชอบมาก คือ Better Call Saul (มีปัญหา ปรึกษาซอล) ซึ่งอันนี้เราตามมากจาก Breaking Bad (ดับเครื่องชน คนดีแตก) ที่เราชอบมากๆ อยู่แล้ว เพราะมันมีความตื่นเต้นคาดไม่ถึง เครียดๆ นิดหน่อยแต่ตื่นเต้นค่ะ ชอบดูอะไรแบบนี้อยู่แล้ว

Q: รู้สึกอย่างไรที่ DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย จะได้ฉายใน Netflix ที่มีผู้ชมมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก

A: รู้สึกดีค่ะ ตื่นเต้นมาก ไม่เคยคิดว่าเราจะได้เป็นนักแสดงหลักในหนังบน Netflix และตื่นเต้นที่จะได้ฟังฟีดแบ็คจากกลุ่มคนดูที่เยอะมากๆ ขนาดนี้

Q: มีอะไรจะบอกกับแฟนๆ ที่รอดูภาพยนตร์เรื่องนี้ไหม

A: ก็ฝาก DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย ด้วยนะคะ เฟิร์นเอง นักแสดงและก็ทีมงานทุกคนเต็มที่มาก เป็นบทที่เฟิร์นตั้งใจและทำการบ้านเยอะจริงๆ เป็นหนังไทยแนวที่ไม่เคยดูที่ไหนแน่นอนค่ะ

กิต-กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์ (รับบท พีช)

Q: เล่าถึงคาแรคเตอร์ในเรื่องที่ได้รับ

A: พีช เป็นเด็กเนิร์ดที่ภายนอกอาจจะดูเรียบร้อย แต่ข้างในเรียกว่าเขาเก็บกดอยู่เหมือนกัน พีชเป็น Introvert ไม่ค่อยพูดจากับใครและไม่ค่อยกล้าสื่อสารความรู้สึกที่มีตรงๆ อาจจะเป็นเพราะเขาไม่ค่อยเชื่อใจสังคมที่มองเขาเป็นลบ แต่จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นเลย

Q: เป็นการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกของกฤตย์ เป็นอย่างไรบ้างกับการพลิกบทบาทจากนักร้องมาเป็นนักแสดงกับภาพยนตร์เรื่อง DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย

A: เดิมทีผมได้ผ่านงานโฆษณามาบ้างแล้ว พอมารับบทนักแสดงก็ได้โอกาสพัฒนาทักษะตรงนี้ไปอีกขั้นหนึ่ง ได้ไปเรียนการแสดงเพิ่มมาและพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด โดยปรึกษาผู้กำกับและครูสอนการแสดงว่าผมต้องทำการบ้านอะไรบ้าง ดูหนังเรื่องอะไรบ้าง เพื่อนำมาปรับใช้

ส่วนสิ่งที่แตกต่างจากการเล่นดนตรีคือ เมื่อเราอยู่ในวง ทุกคนช่วยกันสื่อสารผ่านเครื่องดนตรีของตนเองในรูปแบบของเพลง เราควบคุมความรู้สึกบนเวทีไปพร้อมๆกับเพื่อนของเราที่รู้จักกันมาเป็นสิบปี พอมาเป็นภาพยนตร์ สิ่งที่เราพูดขึ้นอยู่กับนักเขียนบท อารมณ์ต่างๆ และการแสดงออกนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้กำกับ ซึ่งเราต้องรับหน้าที่ในการถ่ายทอดบทบาทของเราออกมาให้ดีที่สุด

Q: มีวิธีเข้าถึงคาแรคเตอร์อย่างไร และ ทำการบ้านมาอย่างไรบ้างสำหรับตัวละคร “พีช”

A: จริงๆ ผมเองมีความเหมือนพีชอยู่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เพราะเคยเป็นแฟนคลับวงเกาหลีมาก่อน แต่อาจจะไม่ได้ถึงขนาดปริ๊นท์รูปนักร้องมาแปะนะครับ ในการเข้าถึงคาแรคเตอร์ ผมใช้วิธีนึกเหตุการณ์ในชีวิต ประกอบกับผมก็มีเพื่อนเก่าสมัยมัธยมที่คล้ายกับพีช เลยได้ทำรีเสิร์ชจากการเจอเพื่อนๆ รวมถึงเพื่อนที่เป็นหมอด้วย เพราะตัวละครในเรื่องเป็นนักศึกษาแพทย์ ได้ไปสังเกตุท่าทาง เช่น เขามีวิธีจับแว่นยังไง เขามีแนวคิดแบบไหน สไตล์แบบไหน แล้วนำมาปรับให้เข้ากับตัวเองครับ

Q: เล่าถึงประสบการณ์ในการถ่ายทำ หรือ การร่วมงานกับนักแสดงคนอื่นๆ

A: รวมๆ นักแสดงทุกคนเป็นเพื่อนกันหมดเลย คุยเล่นกันปกติ แต่เคก็จะพูดมากหน่อย ซึ่งเขารู้ตัวล่ะว่าผมรำคาญ ผมกับเคมีความคล้ายกัน ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ที่เรียกได้ว่าแทบจะพี่น้องกันอยู่แล้ว แต่เราได้คุยกันเรื่องทัศนคติในการทำงานจนเริ่มสนิทกันจากเรื่องนี้ ผมรู้สึกว่าน้องเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก ส่วนเรื่องความกวนนี่ไม่ต้องพูดถึง เราจูนกันได้ดี ส่วนพี่เฟิร์น ผมรู้จักมาก่อนอยู่แล้ว ด้วยคาแรคเตอร์ของพี่เฟิร์นที่ต่างจากบทที่ได้รับ ผมรู้สึกได้ว่าพี่เขาต้องทำการบ้านมากๆ ส่วนแคร์ พอสนิทกันแล้วก็คุยเก่งเลย เป็นพี่ที่น่ารัก ใส่ใจกับความรู้สึกคนในกองมากครับ

Q: รู้สึกอย่างไรที่ DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย จะได้ฉายใน Netflix ที่มีผู้ชมมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก

A: สำหรับผม มันเหมือนเป้าหมายหนึ่งที่ผมได้ทำสำเร็จในชีวิต ยุคนี้ ใครๆ ก็อยากมีผลงานบน Netflix แค่ได้บอกว่าลง Netflix นี้ก็รู้สึกคอมพลีทแล้วครับ และยิ่งบอกว่าได้ไปฉายใน 190 ประเทศด้วย เดี๋ยวจะเรียกแม่มาดูว่า…หนูออก Netflix ด้วยนะ

Q: มีอะไรจะบอกกับแฟนๆ ที่รอดูภาพยนตร์เรื่องนี้ไหม

A: DEEP เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของผมเองครับ และเป็นโปรเจกต์ของนักศึกษาด้วย อยากให้เอาใจช่วยผู้กำกับทั้ง 4 คนเพราะพวกเขาตั้งใจทำกันมากๆ และอยากให้อุตสาหกรรมให้โอกาสและพื้นที่กับพวกเขาต่อไป ส่วนผมเอง ได้มีโอกาสเล่นบทบาทที่อยากเล่นสักครั้งในชีวิต และเป็นเรื่องที่ได้เล่นกับน้องเคด้วย เพิ่งได้เจอตัวจริงกันก็เรื่องนี้ ถ้าใครคิดว่าเคมีของผมกับเคจูนกันก็ไปดูได้ครับ ในขณะที่เฟิร์นกับแคร์เขาเป็นมืออาชีพที่เชื่อใจได้อยู่แล้ว สำหรับผมกับเคนั้น…อย่าเรียกแค่ว่าฝากติดตาม เรียกว่าน่าเป็นห่วงเลยดีกว่า เอาเป็นว่าช่วยเป็นห่วงและเอาใจช่วยพวกผมด้วยครับ

บทสัมภาษณ์ทีมกำกับและเขียนบท

อังเคิล-อดิเรก วัฏลีลา (เมนเทอร์ ทีมกำกับ)

Q: ช่วยเล่าถึงที่มาของโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่อง DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย และที่มาที่ไปในการร่วมงานในฐานะเมนเทอร์ของโปรเจกต์นี้

A: เดิมทีผมสนิทกับทางค่ายทรานส์ฟอร์เมชั่นฟิล์มอยู่แล้ว และเป็นปกติที่ทางค่ายจะมาหาผมเมื่อทำภาพยนตร์ โปรเจกต์นี้ทำโดยนักศึกษาทั้งหมด ทั้งผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ ฝ่ายตัดต่อ ผมเลยอยากช่วยเหลือและมีส่วนร่วม เพราะเห็นความพยายามและความตั้งใจของเด็กกลุ่มนี้ ผมดีใจที่ได้เป็นพี่เลี้ยง ได้ให้ข้อมูล และแชร์ประสบการณ์

Q: อยากให้เล่าถึงความประทับใจที่มีต่อทีมผู้กำกับหน้าใหม่

A: แม้จะประสบการณ์น้อย แต่ใจเขามาเต็มร้อย บางวันทำงานกันอยู่ในออฟฟิศถึงตีสี่ตีห้า นอนในห้องประชุม มันต้องอย่างนี้สิครับ สมัยผมก็ทำแบบนี้เหมือนกัน ถ้าพวกเขาไม่ใจรักจริงๆก็ทำไม่ได้หรอก สำหรับการทำงานร่วมกัน ทีมน่ารักมาก รับฟังผมเป็นอย่างดีและกล้าแลกเปลี่ยนไอเดียกัน ไม่ได้คิดว่าเราโบราณหรือล้าสมัย คนรุ่นใหม่ชอบท้าทายตนเอง ถ้ามีโอกาสผมอยากทำโปรเจกต์อื่นๆกับเขาต่อ

Q: มีมุมมองอย่างไรเกี่ยวกับการปั้นคนรุ่นใหม่ให้แจ้งเกิดในวงการบันเทิง ทั้งหน้ากล้องและหลังกล้อง

A: นักศึกษาที่มีความสามารถและสมควรได้รับโอกาสมีเยอะมากและจบออกมาทุกปี แต่โอกาสในการทำงานในวงการนั้นมีน้อย คนรุ่นใหม่เองก็ต้องแสดงศักยภาพ มีปากมีเสียง เพราะอนาคตของวงการภาพยนตร์ไทยก็ขึ้นอยู่กับพวกเขา นี่คือความหวังใหม่ของผู้ชมรวมถึงคนทำงานในวงการ

วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง (เมนเทอร์ ทีมเขียนบท)

Q: ช่วยเล่าถึงที่มาของโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่อง DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย และที่มาที่ไปในการร่วมงานในฐานะเมนเทอร์ของโปรเจคนี้

A: ทางค่ายทรานส์ฟอร์เมชั่นฟิล์มร่วมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้จัดทำโครงการให้นักศึกษาได้ส่งผลงานเข้ามาเพื่อสร้างเป็นภาพยนตร์จริงๆ และสุดท้ายได้เรียกผมเข้าไปช่วยในการสร้างบทเรื่อง DEEP ซึ่งน้องๆมีไอเดียที่ดีกันอยู่แล้ว ผมเองไม่ได้ทำหน้าที่เขียนบทแต่เป็นเสมือนเป็นพี่เลี้ยง ที่ช่วยวางแผนการทำงานให้เขา ช่วยในการระดมความคิด เรียกได้ว่าเป็นผลงานของน้องๆ

Q: คอนเซปต์ของ DEEP จากมุมมองของคนเขียนบทเป็นอย่างไร

A: คอนเซปต์มาจากอินไซท์ของวัยรุ่น ที่อดหลับอดนอนกันเป็นปกติ และการอดนอนจะนำไปสู่อะไร มีทั้งเงิน ความสำเร็จ ชื่อเสียง สิ่งที่พวกเขาฝันไว้ ตามมามากมาย มันเป็นเหมือนด้านลึกในใจของตัวละครที่เขามีความหวัง แต่บางครั้งอาจจะไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปถึงจุดนั้นด้วยปัจจัยต่างๆ รวมถึงเรื่องเงินทอง ตรงนี้มันก็เป็นชาเลนจ์ว่าแล้วตัวละครจะกล้าทำไหม

Q:  DEEP สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ไทยอย่างไรบ้าง

A: เรื่องการอดนอนยังไม่มีใครทำ ไอเดียจึงเป็นอะไรที่สดใหม่ และชาเลนจ์คนดูไปพร้อมๆกัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น อีกสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับผมคือ ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำโดยนักศึกษาทั้งหมด นักแสดงก็เป็นนักแสดงหน้าใหม่ โดยรวมทั้งหมดมันดูสดใหม่และน่าสนใจสำหรับผม ต้องขอบคุณ Netflix ที่ให้โอกาสกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งมันจะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กที่เรียนภาพยนตร์รุ่นถัดไป ผมว่าแรงบันดาลใจเป็นเรื่องที่สำคัญ การที่ Netflix ให้โอกาสก็จะจุดประกายให้เด็กๆ ว่าถ้ามีคอนเทนต์ที่ดี เขาจะสามารถประสบความสำเร็จได้

Q: ความรู้สึกหลังร่วมงานกับทีมเขียนบทหน้าใหม่เป็นอย่างไรบ้าง มีมุมมองอย่างไรเกี่ยวกับการปั้นคนรุ่นใหม่ให้แจ้งเกิดในวงการบันเทิง ทั้งหน้ากล้องและหลังกล้อง

A: ทีมนี้เขามีความตั้งใจเต็มร้อย ซึ่งผมมองว่าการให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถสำคัญมาก เพราะถ้าไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามา ทุกอย่างก็จะล้าหลังไม่ทันกับตลาด เราต้องการเลือดใหม่ๆเข้ามาในวงการเสมอ สิ่งที่ Netflix ทำน่าจะเป็นเรือธงให้กับเด็กรุ่นใหม่ เพราะการได้ฉายทาง Netflix ถือเป็นความสำเร็จของพวกเขา คอนเทนต์ในตลาดสตรีมมิ่งมีความหลากหลายมาก ซึ่งมันน่าจะเป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่คนรุ่นนี้จะมุ่งตรงไป เพราะการนำภาพยนตร์เข้าโรงนั้นใช้เงินจำนวนมากและเป็นเรื่องยาก อีกทั้งวิถีชีวิตคนมันเปลี่ยนไปแล้ว นี่อาจจะเป็นทางออกสำหรับคนรุ่นใหม่ให้เขาได้ปล่อยของ

สิตา ลิขิตวณิชกุล (ผู้กำกับและเขียนบท)

Q: ช่วยเล่าถึงที่มาและแรงบันดาลใจเบื้องหลังภาพยนตร์เรื่อง DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย

A: มันมาจากตอนที่ไหมเรียนอยู่ปี 2 ด้วยความเป็นนักศึกษาที่เรียนภาพยนตร์ ผ่านการออกกองต่างๆ ทำให้เราไม่ค่อยได้นอน เราก็เลยเกิดไอเดียว่า ถ้าเราอดนอนแล้วได้เงินมันจะเป็นยังไง ไอเดียตั้งต้นคือตรงนี้ พอเราเพิ่มความเข้มข้นเข้าไปว่า การอดนอนเพื่อได้เงินแต่เราต้องเดิมพันด้วยชีวิตเนี่ย มันจะเป็นยังไง เลยออกมาเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ค่ะ

Q: คอนเซปต์ของ DEEP จากมุมมองของผู้สร้าง เป็นอย่างไร

A: ไหมมองว่าเป็นการหยิบเรื่องธรรมดาประจำวันของวัยรุ่น มาเล่าให้มันน่าสนใจขึ้นค่ะ ผ่านตัวละครวัยรุ่นที่เราเขียนมาจากชีวิตเราผสมกับเพื่อนๆ ของเรา ในตอนแรกที่เราเขียนบทช่วงแรกๆ จะมีเจนเป็นตัวหลัก แต่พอเราทำงานร่วมกันกับทีมก็อยากใส่ตัวแทนของวัยรุ่นหลายๆแบบเข้าไป เลยกลายเป็น 4 ตัวละครค่ะ แต่หัวใจหลักก็เหมือนเดิมคือ ห้ามหลับ

Q: ความรู้สึก และประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานในโปรเจกต์

A: การทำโปรเจกต์ DEEP ทำให้เราเข้มแข็งขึ้นมากๆ เหมือนตัวละครในเรื่องที่เติบโต เราเองในฐานะผู้กำกับก็เติบโตไปพร้อมๆ กัน มันมีหมดทั้งเครียด ร้องไห้ แฮปปี้ แต่เราก็ผ่านมาได้ หลายอย่างมากที่เข้ามาท้าทาย อย่างที่บอกว่าไหมรู้สึกโตขึ้นมากๆ แต่ DEEP ก็ทำให้ไหมรู้สึกอยากโตอีก อยากเก่งขึ้นไปกว่านี้อีกค่ะ

Q: การร่วมงานกับเมนเทอร์มืออาชีพในโปรเจกต์นี้เป็นอย่างไรบ้าง

A: ตั้งแต่ตอนพัฒนาบทเนี่ย เราได้พี่วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยงมาคอยเป็นที่ปรึกษาให้ เรียกได้ว่าไปหาทุกสัปดาห์เลย โดยระหว่างสัปดาห์ทีมผู้กำกับก็จะประชุมกัน ปรึกษากันแล้วก็เอาไปปรึกษาพี่วิศิษฏ์ แบบนี้ค่ะ พอเราได้ออกกองจริงเนี่ย ประสบการณ์มันหลากหลายรสชาติมาก เราเองโตขึ้นมาก การทำหนังเรื่องนี้เหมือนเราได้กินยาเร่งโต ในขณะนั้นเราอายุ 22 เราได้รับมอบหมายให้เป็นผู้กำกับ เป็นคนสื่อสารกับทีมผู้ใหญ่หลายทีมมาก มันท้าทายมากในการที่ปกติเราสื่อสารกับคนรุ่นเดียวกัน แต่พอได้ทำงานกับผู้ใหญ่มันทำให้เราคิดเยอะขึ้น หลายมุม และรอบคอบมากขึ้น

Q: เล่าถึงการทำงานกับนักแสดงในเรื่อง

A: ทั้งสี่คนเรียกได้ว่าคาแรคเตอร์หลากหลายเหมือนตัวละครเลยค่ะ สำหรับไหมคนที่จี๊ดที่สุดคงเป็นพี่เฟิร์น ศุภนารี สนุกมาก ตอนเราเจอพี่เฟิร์นครั้งแรกเราปิ๊งเลย เรารู้สึกว่า เออ คนนี้แหละ อยู่นอกกล้องยังตลกเหมือนซินขนาดนี้ อย่างพี่แคร์เนี่ยตัวจริงเค้านิ่มๆ นุ่มๆ เหมาะกับบทเจนมากๆ ส่วนพี่กิตพี่เคก็เป็นคนที่เฟรนด์ลี่มาก และด้วยความที่เราอายุใกล้ๆ กัน ไหมรู้สึกว่าเราทำงานด้วยความเชื่อใจกัน การทำงานกับนักแสดงสำหรับไหมมันสนุกมากเลยค่ะ

Q: รู้สึกอย่างไรที่ DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย จะได้ฉายใน Netflix ที่มีผู้ชมมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก

A: ดีใจมากเลยค่ะ เราเองเป็นแฟน Netflix ตั้งแต่ตอนเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว มันอยู่ในทุกลมหายใจเราเลย ตื่นนอนก็ Netflix ก่อนนอนก็ Netflix คือถ้าวันไหนไม่ได้เข้าจะรู้สึกแปลกๆ ไปเลย แต่พอวันนี้มันแบบ ชื่อเราจะไปอยู่บนนั้น มันแบบยิ่งกว่าที่เราเคยจินตนาการไว้เลยค่ะ รู้สึกว่าที่เหนื่อยมามันคุ้มค่ามาก และด้วยคนดู Netflix เยอะมาก ไหมรู้สึกว่าจะมีหลายคอมเมนต์ที่จะทำให้ไหมเติบโตได้มากกว่านี้อีกค่ะ

กิตติธัช นกงาม (เขียนบท)

Q: ช่วยเล่าถึงที่มาและแรงบันดาลใจเบื้องหลังของภาพยนตร์เรื่อง DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย

A: ที่มาของภาพยนตร์เรื่อง DEEP จริงๆแล้วมาจากโปรเจกต์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพร่วมกับค่ายทรานส์ฟอร์เมชั่นฟิล์มที่ให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้การทำภาพยนตร์ในอุตสาหกรรมจริงๆ โดยหนึ่งในภาพยนตร์ที่พวกเราได้พิชไปคือ DEEP และเป็นเรื่องเดียวที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายครับ

แรงบันดาลใจของภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากสภาพแวดล้อมที่พวกผมพบเจอในปัจจุบัน ทุกวันนี้วัยรุ่น หรือวัยพวกผมอดนอนกันเป็นปกติอยู่แล้ว พวกผมก็ตั้งคำถามกันว่า ถ้าหากไม่หลับไม่นอน เราจะทำอะไรได้บ้าง รวมกับว่าเราอยู่ในยุคที่หลายๆอย่างไม่แน่นอนและเงินเป็นตัวแปรสำคัญ ตอนที่พวกผมทำภาพยนตร์เรื่องนี้ แม้ว่าเรายังเป็นนักศึกษากันอยู่ แต่พวกเราทุกคนก็ได้พบเจอปัญหาหลายๆอย่างแตกต่างกันไป เช่น การที่ครอบครัวอาจจะขัดสนไปบ้าง ยอมรับว่าการไม่มีเงินในยุคนี้มันลำบาก คำถามต่อมาคือ ถ้าเราต้องทำสิ่งที่ทำตลอดเป็นกิจวัตร คือการอดนอน แล้วได้เงินด้วย แล้วทำไมจะไม่ทำล่ะครับ? ทั้งหมดนี้ เลยออกมาเป็นภาพยนตร์เรื่อง DEEP ครับ

Q: คอนเซปต์ของ DEEP จากมุมมองของผู้สร้าง เป็นอย่างไร

A: คอนเซ็ปต์คือ ถ้าคุณอดนอนเป็นประจำอยู่แล้ว และการอดนอนมันเปลี่ยนเป็นเงินได้ คุณจะทำหรือไม่ จากนั้นเราเลยเพิ่มเงื่อนไขขึ้นมาว่า แต่ถ้าหลับ… คุณจะตายนะ สำหรับตัวละครคือ จะไปกลัวตายทำไม เพราะต้องมั่นใจกับสิ่งที่ทำทุกวันอยู่แล้ว

พอพี่ไหม สิตา (ผู้กำกับ) ได้พูดคอนเซ็ปต์ของคำว่า “หลับเป็นตาย” ความรู้สึกแรกของผมคือ สิ่งนี้มันใหม่มากๆสำหรับวงการภาพยนตร์ไทย สำหรับพวกผมแล้ว คำนี้กระตุ้นให้พวกผมอยากทำงานนี้ออกมาให้ดีที่สุด เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ ครับ

Q: ความรู้สึก และประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานในโปรเจกต์

A: พวกเราเป็นทีมนักศึกษาเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยมีพี่ๆในวงการที่มีประสบการณ์มาช่วยเป็นโค้ชให้ตลอดทาง การทำภาพยนตร์เรื่องนี้สอนให้พวกผมได้เรียนรู้การทำงานในอุตสาหกรรมจริงๆ ที่มีผู้คนหลากหลาย และได้พบเจอและแก้ไขปัญหาจริงๆ ด้วยความที่พวกเรายังใหม่ เราได้เรียนรู้ว่ากว่าจะออกมาเป็นหนังสักเรื่อง จะต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง รวมถึงวิธีคิด และได้บทเรียนจากพี่ๆที่มีประสบการณ์

Q: ความท้าทายในการเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้

A: ความท้าทายคือการปั้นคอนเซ็ปต์ที่พวกผมหลงใหลและมีแพชชั่นกับมัน ให้ออกมาให้เป็นรูปธรรมมากที่สุดและเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ด้วยประสบการณ์ที่น้อยของพวกผม มันจึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย พวกเราใช้เวลากับการเขียนบทภาพยนตร์เรืองนี้ร่วมปีครึ่ง อยู่บ้านเดียวกัน และกินนอนอยู่กับมันเพื่อเค้นสิ่งที่ดีที่สุดออกมา มีบางช่วงเวลาที่ท้อไปบ้างแต่เราก็ต้องก้าวข้ามตรงนั้นมาให้ได้ เรียกได้ว่า DEEP คือแพชชั่นของพวกผม และสิ่งที่ออกมามันเกินความคาดหวังของพวกผมมากๆครับ

Q: การร่วมงานกับเมนเทอร์มืออาชีพในโปรเจกต์นี้เป็นอย่างไรบ้าง

A: พี่ๆไม่ใช่แค่เป็นอาจารย์ให้กับพวกผม แต่เราได้ทำงานร่วมกันจริงๆ ทั้งพี่วิศิษฐ์และพี่อังเคิลมีส่วนที่

คล้ายกันคือ เขาแชร์มุมมองของเขาอย่างเต็มที่ ด้วยประสบการณ์ที่เยอะ เขามองคอนเซ็ปต์ได้ทะลุปรุโปร่งและมองออกทันทีถ้าจะมีปัญหาตามมา เช่น ในการทำงานพี่วิศิษฐ์ พวกผมจะเป็นคนเขียนบทก่อน จากนั้นนำไอเดียไปเสนอว่าจะออกมาเป็นอย่างไร พี่เขาก็จะมองออกทันทีว่าอะไรที่ดี หรือไม่ดีกับหนัง พร้อมให้เหตุผลว่าทำไมถึงมองแบบนั้น สำหรับพี่อังเคิล เขามีความชัดเจนมากๆ เช่น เขาจะพูดเลยว่า พี่ว่าช็อตนี้ดีกว่า แต่อย่างไรพี่ๆทั้งสองคนก็รับฟังพวกผม ให้โอกาสให้พวกผมได้แสดงความคิดเต็มที่ และพยายามไม่ใส่ความเป็นตัวเองในหนัง เพราะท้ายที่สุดแล้วอยากให้เป็นงานของพวกผม

Q: เล่าถึงการทำงานกับนักแสดงในเรื่อง

A: ผมประทับใจความเป็นมืออาชีพของนักแสดงทุกคน เขาทุ่มเทในการทำงานมาก แม้จะถ่ายบางซีนผ่านไปแล้ว แต่ถ้ามีใครรู้สึกว่ามันยังไม่ดีที่สุด ก็จะยอมถ่ายใหม่ ด้วยความที่เราวัย 20 กว่าๆใกล้เคียงกันหมดเลย มีความสดใหม่มาก เลยทำงานกันง่าย หากอะไรดีไม่ดีเราก็พูดกันตรงๆกันได้เลย ข้อดีของการทำงานอย่างเป็นกันเองคือทำให้เราแลกเปลี่ยนความคิดของกันและกัน ทั้งนักแสดง ผู้กำกับ รวมถึงฝ่ายอืนๆอย่างเสื้อผ้า หน้าผม ถึงจะมีเครียดบ้าง แต่เป็นการออกกองที่แฮปปี้มากครับ

Q: รู้สึกอย่างไรที่ DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย จะได้ฉายใน Netflix ที่มีผู้ชมมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก

A: ผมดีใจมากๆที่ทาง Netflix มองเห็นความพยายามของกลุ่มนักศึกษาอย่างพวกผม และเห็น potential ของภาพยนตร์เรื่องนี้ มันรู้สึกเหมือนฝัน ใครจะไปคิดว่าทำหนังเรื่องแรกจะได้ขึ้น Netflix เลย ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็น DEEP ออกสู่สายตาผู้ชม และสิ่งที่พวกเราตั้งใจสร้างกว่า 3 ปีมันจะไปไกลกว่าเมืองไทย อยากให้ทุกคนลองมาดูกันนะครับ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พวกผมทุ่มเทสุดชีวิต แม้ว่าหลายคนจะมีปัญหาส่วนตัว ไม่ว่าทางครอบครัว หรือเศรษฐกิจต่างๆ เราก็ยังรักและอยู่กับมันจนเสร็จ ภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยความตั้งใจของเด็กนักศึกษากลุ่มหนึ่ง อยากให้ลองเปิดใจให้โอกาส และมาเสพย์ความบันเทิงในผลงานของพวกผมครับ

เจตริน รัตนเสรีเกียรติ (ผู้กำกับและเขียนบท)

Q: ช่วยเล่าถึงที่มาและแรงบันดาลใจเบื้องหลังภาพยนตร์เรื่อง DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย

A: คำว่า DEEP เริ่มมาจากการที่เราอยากเล่าเรื่องของคนอดนอน ซึ่งพวกเราที่เป็นนักเรียนฟิล์ม การอดนอนเป็นเรื่องธรรมดาของเราอยู่แล้ว แต่จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเป็นปกติ อย่างผมที่อดนอนเล่นเกม อดนอนทำหนังสั้น ขนาดไม่ได้เงินเรายังอดนอนกันเลย แล้วถ้าได้เงิน จะมีตรงไหนที่น่าสนใจบ้าง เราก็เลยหยิบประเด็นนี้มาเป็นตัวชูธงครับ

Q: คอนเซปต์ของ DEEP จากมุมมองของผู้สร้าง เป็นอย่างไร

A: นอกจาก DEEP จะเป็นหนังแนว Mystery Thriller น่าตื่นเต้นแล้ว ผมว่ายังมีคอนเซ็ปต์ Coming Of Age (การก้าวข้ามวัย) ที่เด่นชัดอีกด้วย การเติบโตของตัวละครใน DEEP ผมเชื่อว่ามันตรงกับวัยรุ่นหลายๆ คนเพราะไอเดียเราก็เอามาจากตรงนั้น นอกจากความน่าสนใจของการห้ามหลับแล้วเนี่ยผมว่า DEEP เป็นเหมือนการเดินทางของวัยรุ่นที่น่าสนใจมากๆ ครับ

Q: ความรู้สึก และประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานในโปรเจกต์

A: มันทำให้เราเรียนรู้เยอะมากครับ ทำให้เรารู้ว่าการรับผิดชอบอะไรใหญ่ๆ สักอย่างมันเป็นยังไง จะคิดอะไรต้องรอบคอบ ต้องวางแผนดีๆ ยิ่งตอนหน้ากองถ่าย ถ้ามันมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา เราจะบอกว่าไม่เป็นไร มันไม่ได้ การทำโปรเจกต์นี้ทำให้ผมเป็นคนใจเย็นขึ้น เวลาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเราต้องคุยกับคนเยอะๆ และแต่ละคนเราก็ต้องมีวิธีคุยที่ต่างกันไป และด้วยในฐานะผู้กำกับ อีกทักษะที่ผมได้เรียนรู้ก็คือการตัดสินใจครับ

Q: มีความท้าทายอะไรบ้างในการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้

A: ก่อนถ่ายทำช่วง Pre-Production ผมตื่นเต้นมาก อยากจะใส่แพชชั่นของตัวเองลงไปเยอะมากๆ แต่พอออกกองจริงมันก็มีความเครียด ความกดดันเพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งมันสอนให้เราเป็นคนมีสติ ตัดสินใจ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าครับ แล้วด้วยความที่เป็นตำแหน่งที่ต้องติดต่อคนหลายคนมาก ต้องสื่อสารกับผู้ใหญ่หลายฝ่าย มันสอนให้เราพัฒนาตัวเองให้เป็นมืออาชีพด้วยการทำงานกับมืออาชีพจริงๆ ซึ่งผมว่ามันดีมาก

Q: การร่วมงานกับเมนเทอร์มืออาชีพในโปรเจกต์นี้เป็นอย่างไรบ้าง

A: เล่าให้ฟังก่อนว่า ผมโตมากับหนังที่พี่วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยงกำกับหรือเขียนบท ตอนแรกที่ได้ทำงานด้วยกันก็จะรู้สึกเกร็งๆ หน่อย เพราะเราเจอคนที่เขาไปเวนิสมา ไปคานส์มา ผมรู้สึกว่าคนนี้แหละของจริง แต่พอทำๆไปผมว่าพี่วิศิษฎ์เปิดรับไอเดียของพวกเราเยอะมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยพัฒนาบท ผมว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งและปรับเปลี่ยนได้ตลอดเลยครับ

Q: เล่าถึงการทำงานกับนักแสดงในเรื่อง

A: ด้วยความที่ทุกคนอายุเท่าๆกัน ผมว่ามันทำให้การสื่อสารง่ายมากเลยครับ เหมือนพอเราพูดภาษาเดียวกัน เวลาผมต้องการอะไรก็แค่บอกเขาไป แค่นี้เราก็เข้าใจเลย ถือเป็นการทำงานที่สนุกครับ กับนักแสดงทุกคนเลย

Q: รู้สึกอย่างไรที่ DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย จะได้ฉายใน Netflix ที่มีผู้ชมมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก

A: ตอนฟังครั้งแรกผมตื่นเต้นมาก ผมเองก็ดู Netflix อยู่แล้ว และหนังเราจะได้ไปอยู่บนนั้นจริงหรอ ผมว่าความฝันของนักเรียนฟิล์มหลายๆ คนคือการได้กำกับหนังยาวสักเรื่อง และยิ่งได้ไปอยู่บนแพลตฟอร์มที่มีคนดูเยอะมากๆ อยู่แล้ว มันจะได้คอมเมนต์กลับมาเยอะมาก ซึ่งคอมเมนต์ตรงนี้มันจะทำให้เราโตขึ้นไปอีก มันจะบอกว่าตรงไหนที่เรามองพลาดไป ซึ่งความตื่นเต้นมันมาพร้อมกับความกดดันอยู่แล้ว แต่ผมมองว่าผมโฟกัสที่ว่าเราจะเรียนรู้อะไรจากมันได้บ้างมากกว่าครับ

อภิรักษ์ สมุดกิจไพศาล (ผู้กำกับและเขียนบท)

Q: ช่วยเล่าถึงที่มาและแรงบันดาลใจเบื้องหลังภาพยนตร์เรื่อง DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย

A: พวกเราทีมกำกับทุกคนตอนเรียนมหาวิทยาลัย เรานอนน้อยกันอยู่แล้ว อย่างผมเล่นเกมจนเช้าก็เคย เรากับเพื่อนๆ เรียกกันว่าโต้รุ่ง ซึ่งไอเดียเรื่อง DEEP เริ่มต้นมาจากไหม สิตา (ผู้กำกับ) ว่าถ้าไม่หลับแล้วได้เงินจะเป็นยังไง เราก็เห็นด้วยว่ามันน่าสนใจดี จึงเกิดมาเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ

Q: คอนเซปต์ของ DEEP จากมุมมองของผู้สร้าง เป็นอย่างไร

A: ผมมองว่า DEEP เป็นภาพยนตร์ Coming of Age (การก้าวข้ามวัย) เพราะตัวละครวัยรุ่นทุกตัวเนี่ยจะได้เจอเรื่องราวเรื่องหนึ่ง เรียนรู้จากมันก้าวผ่านและสุดท้ายก็เติบโตขึ้น

Q: ความรู้สึก และประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานในโปรเจกต์

A: เราได้เจอกับคนในคาแรคเตอร์ที่เราไม่เคยเจอมาก่อนและต้องทำงานร่วมกันด้วย ซึ่งปกตินักศึกษาไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลย และการเป็นผู้กำกับเรื่องนี้สอนให้ผมรู้ว่าเวลาจะพูดอะไรต้องคิดเยอะๆ คิดให้รอบคอบ

Q: มีความท้าทายอะไรบ้างในการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้

A: การทำงานร่วมกับสตูดิโอเป็นอะไรที่ท้าทายมาก บางทีเราคิดว่าสิ่งนี้มันดีแล้ว แต่จริงๆ มันดีแล้วหรือเปล่า เราต้องให้น้ำหนักระหว่างความเห็นจากสตูดิโอและความเห็นของเราเอง เอามาคิดและก็ไปพัฒนาต่อ ตัวอย่างเช่นการแสดง สมมุติฉากหนึ่งผู้กำกับอาจะมองว่าให้ยิ้มกว้างไปเลย แต่สตูดิโอบอกว่าให้ยิ้มน้อยๆก็พอ หน้าที่เราที่จะต้องตัดสินใจและหาบาลานซ์ตรงกลาง ผมว่ามันจะมีความท้าทายตรงนี้ครับ อีกอย่างคือ เราต้องเรียนรู้ที่จะกล้ายืนยันในความคิดของตนเองและทำให้คนที่ร่วมงานกับเราเชื่อในไอเดียของเราด้วยครับ

Q: การร่วมงานกับเมนเทอร์มืออาชีพในโปรเจกต์นี้เป็นอย่างไรบ้าง

A: ดีครับ พี่วิศิษฏ์ มาเป็นเมนเทอร์ในเรื่องการเขียนบทแล้วก็ในด้านกำกับด้วย แต่สิ่งที่เมนเทอร์ให้เราจะเป็นการไกด์ไลน์กับเรามากกว่า เป็นการเสนอไอเดีย และฝึกให้เราทุกคนทำให้ทุกคนเชื่อไอเดียของตัวเอง อย่างในเรื่องนี้ที่มีผู้กำกับหลายคน ก็จะมีความยากในตอนเริ่มแรก เพราะทุกคนมีแนวทางที่ต่างกัน แต่สุดท้ายพอเราได้คุยได้ตกลงกัน ความแตกต่างมันก็เพิ่มรสชาติให้ภาพยนตร์มีความหลากหลายมากขึ้นครับ

Q: เล่าถึงการทำงานกับนักแสดงในเรื่อง

A: สนุกครับ เราคุยภาษาเดียวกัน ด้วยความที่เราเป็นคนอายุใกล้ๆกัน อย่างพี่กิตที่เป็นสายเล่นเกมเหมือนกันด้วย เลยสามารถพูดคุยกันสบายๆ

Q: รู้สึกอย่างไรที่ DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย จะได้ฉายใน Netflix ที่มีผู้ชมมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก

A: มีความสุขครับ เราตั้งใจให้คนรุ่นใหม่ได้ดู DEEP และการที่ภาพยนตร์ไปอยู่บน Netflix จะช่วยให้ไปถึงคนรุ่นใหม่ได้แน่ๆ พวกเราอยากให้ทุกคนมาลองอดนอนไปด้วยกันครับ

ธนบดี เอื้อวิทยา (ผู้กำกับและเขียนบท)

Q: ช่วยเล่าถึงที่มาและแรงบันดาลใจเบื้องหลังโปรเจกต์ ภาพยนตร์เรื่อง DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย

A: เราโฟกัสไปที่ชีวิตวัยรุ่นปัจจุบัน ซึ่งอาจจะคิดว่าการนอนไม่สำคัญและอยากใช้เวลาไปทำอย่างอื่น เช่นทำตามความฝันของตนเอง ทำให้บางทีเราละเลยการนอนไป เลยออกมาเป็นคอนเซ็ปต์ของ DEEP ที่ว่า ถ้าไม่นอนแล้วได้เงิน จะเป็นอย่างไรครับ

Q: คอนเซปต์ของ DEEP จากมุมมองของผู้สร้าง เป็นอย่างไร

A: DEEP เป็นภาพยนตร์แนว Mystery Thriller และ Coming of Age (การก้าวข้ามวัย) เกี่ยวกับเจน นักศึกษาแพทย์คนหนึ่งที่นอนไม่หลับ ด้วยปัญหาเกี่ยวกับการเงินทางครอบครัวด้วย ทำให้เข้าร่วมโปรเจกต์ DEEP ที่จ่ายเงินให้กับอาสาสมัครมหาศาล แต่หลังจากนั้นเรื่องราวก็มีความดาร์คขึ้นเรื่อยๆ แบบที่ตัวละครคาดไม่ถึง

Q: ความรู้สึก และประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานในโปรเจค

A: การทำงานเสกลใหญ่ขนาดนี้เป็นครั้งแรกทำให้เราเรียนรู้หลายอย่าง ทั้งการสื่อสาร การเป็นผู้นำ และการตัดสินใจ ผมมองเห็นการทำภาพยนตร์ในภาพที่กว้างมากขึ้น และเข้าใจกระบวนการผลิตจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การทำงานกับผู้ใหญ่ไปจนถึงการโปรโมท พอได้รู้ว่าจะได้เข้า Netflix และฉายไปยังทั่วโลกก็ดีใจมากครับ

Q: ความท้าทายในการกำกับ/เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้

A: ผมคิดว่าภาพยนตร์ที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์มาผสมท้าทายกว่าภาพยนตร์ประเภทอื่นๆ การทำให้เรื่องราวน่าเชื่อถือ ในบริบทของสังคมไทยเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากมีจุดที่เป็นช่องโหว่ ผู้ชมก็จะไม่เชื่อเราทันที ในขั้นตอนเขียนบท พวกเราเลยต้องพยายามกันสุดๆและคิดกันหนักมากครับ

Q: การร่วมงานกับเมนเทอร์มืออาชีพในโปรเจคนี้เป็นอย่างไรบ้าง

A: สำหรับผมดีมากๆ ครับ ทั้งพี่วิศิษฐ์และพี่อังเคิลช่วยเราไว้มาก อย่างพี่อังเคิลเป็นคนที่ไฟแรงมาก อาจจะไฟแรงกว่าพวกผมด้วยซ้ำ เขาไวมากในเรื่องของโครงสร้างบท เขามองได้ทะลุปรุโปร่ง ส่วนพี่วิศิษฐ์ ผมประทับใจใน Mindset การทำงานของเขา และความเด็ดขาดชัดเจนในการคอมเม้นท์งานของพวกผม ในขณะเดียวกันพี่เขามีความยืดหยุ่นกับพวกผมมาก

Q: เล่าถึงการทำงานกับนักแสดงในเรื่อง

A: เราโชคดีที่เจอนักแสดงที่ตรงกับคาแรคเตอร์ทุกคนเลย ทำให้การทำงานง่ายขึ้น อย่างพี่แคร์เขาเป็นเจนเลยครับ ตั้งแต่ตอนแคสติ้ง เขามีออร่าบางอย่างที่ทำให้เขาเด่นออกมา ทำให้เรารู้สึกได้เลยว่าเขาเป็นเพอร์เฟคชั่นนิสต์แถวหน้า และสำหรับผมเขาคือเจนจริงๆ ครับ

Q: รู้สึกอย่างไรที่ DEEP โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย จะได้ฉายใน Netflix ที่มีผู้ชมมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก

A: รู้สึกดีใจมาก เหมือนความฝันเป็นจริงแล้วครับ พวกเราทุ่มเทกับภาพยนตร์เรื่องนี้มาก พอจะได้ฉายจริงๆเราก็ภูมิใจ ผมอยากให้ผู้ชมลองเปิดใจรับภาพยนตร์ไทยแนวใหม่ๆ คิดว่าน่าจะได้รสชาติที่แปลกออกไปจากเรื่องอื่นๆครับ

 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments