แม้จะเข้าวัยเลข 5 แต่ออกสื่อแต่ละทีทำเอาฮือฮากันทั้งโซเชียล สำหรับ 2 เพื่อนรักซูเปอร์โมเดล ลูกเกด เมทินี และ เฮเลน ปทุมรัตน์ ที่ก่อนหน้านี้มีเสียงกระซิบว่าทั้งคู่ได้ไปอัปหน้าใหม่ ย้อนวัยกันแพ็กคู่ วันนี้เฉลยแล้วว่ามาทำที่ศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า ของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค

โดยล่าสุด ลูกเกด เมทินี ขึ้นแท่นเป็น Iconic Presenter ของศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้าอย่างเป็นทางการ 2 ปีซ้อน และไม่เพียงแต่รับบทเป็นพรีเซ็นเตอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้เข้ารับบริการผ่าตัดดึงหน้าจริงของศูนย์เฉพาะทางฯ และได้ชวนเพื่อนซี้อย่าง เฮเลน ปทุมรัตน์ มาร่วมแชร์ประสบการณ์ด้านศัลยกรรมดึงหน้าโดยศัลยแพทย์คนเดียวกัน ในงานแถลงข่าว เปิดศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า
ภายในงาน ลูกเกด ได้แบ่งปันประสบการณ์ที่ตัดสินใจดึงหน้าว่า ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพราะสำหรับเธอ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเปลี่ยนใบหน้าให้เป็นอีกคน แต่คือการคงเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ พร้อมผลลัพธ์ที่ดูสดใส เป็นธรรมชาติ และเหมาะกับช่วงวัย

ลูกเกด กล่าวว่า “สำหรับเกด การดูแลตัวเองคือการทำให้ตัวเองดูดีที่สุดตามช่วงวัยของเรา ทั้งในฐานะผู้หญิงและคนทำงาน การตัดสินใจดึงหน้าจึงเป็นเรื่องที่ใช้เวลาศึกษาข้อมูลค่อนข้างนาน สิ่งที่ทำให้เกดตัดสินใจเลือก โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค คือความเชี่ยวชาญและฝีมือของทีมแพทย์ที่นี่ ที่ให้คำปรึกษาอย่างละเอียด ออกแบบการรักษาให้เหมาะกับใบหน้าของแต่ละคน ไม่ได้ทำให้ทุกคนออกมาดูเหมือนกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงดูเป็นธรรมชาติ สดใส และยังคงความเป็นตัวเอง นั่นคือสิ่งที่เกดประทับใจที่สุด เพราะสำหรับเกดแล้ว One Life One Face คนเรามีหน้าเดียว จึงต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เกดมั่นใจโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค“

นอกจากนี้ เฮเลน ปทุมรัตน์ อดีตนางงามและซูเปอร์โมเดล ที่แม้จะห่างหายจากวงการบันเทิงไปถึง 16 ปี แต่ยอมลงทุนบินกลับมาไทยครั้งนี้ก็เพื่อมาดึงหน้าตามรอยเพื่อนซี้อย่างลูกเกด และได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตัดสินใจเลือกมาดึงหน้าที่บางมดเอสเธติค
โดยเธอเปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการตัดสินใจดึงหน้าเกิดจากการได้เห็นเพื่อนสนิทอย่าง ลูกเกด เมทินี เข้ารับบริการกับโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค จึงติดตามขั้นตอนการศัลยกรรมต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เข้ารับคำปรึกษา เตรียมความพร้อมก่อนการผ่าตัด ไปจนถึงช่วงระหว่างการพักฟื้น ผ่านการวิดีโอคอลกับลูกเกด ทำให้ได้เห็นถึงความละเอียดและมาตรฐานการดูแลในทุกขั้นตอน รวมถึงผลลัพธ์หลังผ่าตัดที่ยังดูเป็นลูกเกด แต่เป็นลูกเกดในเวอร์ชันที่สดใสขึ้น ทำให้ยิ่งรู้สึกมั่นใจ และเลือกเข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษาด้วยตนเอง

เฮเลน กล่าวว่า“จริง ๆ แล้วเฮเลนไม่ได้ตัดสินใจเพราะเห็นผลลัพธ์อย่างเดียว แต่ได้รับรู้ทุกขั้นตอนของลูกเกดตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งการเข้ามาปรึกษาคุณหมอ การประเมินใบหน้า การวางแผนการรักษา ไปจนถึงวันผ่าตัดและการพักฟื้น ทำให้เห็นว่าทุกอย่างมีการวางแผนอย่างละเอียด และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมาก ๆ ระหว่างนั้นเฮเลนก็เริ่มศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม พูดคุยกับลูกเกด และตัดสินใจบินกลับมาไทยในรอบ 16 ปี เพื่อเข้ามาปรึกษาคุณหมอด้วยตัวเอง ยิ่งได้ฟังคำอธิบายและเห็นแนวทางการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล ก็ยิ่งมั่นใจว่าที่นี่ไม่ได้เน้นทำให้ใบหน้าดูตึงเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการรักษาเอกลักษณ์ของแต่ละคน ผลลัพธ์ที่ได้จึงดูสดใส เป็นธรรมชาติ และทำให้เฮเลนรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในทุก ๆ วัน”

ด้าน นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และ CEO โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค กล่าวว่า ปัจจุบันผู้รับบริการให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ความปลอดภัย และความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์มากกว่าการเลือกเทคนิคเพียงอย่างเดียว จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้าของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ภายใต้แนวคิด “THE NEW ERA OF FACELIFT : Precision. Expertise. Rising The Standard.” เพื่อยกระดับมาตรฐานการศัลยกรรมดึงหน้าของประเทศไทย ผ่านการดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง การวางแผนและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมดึงหน้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์ดึงหน้าชั้นนำของเอเชีย
