เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยกับการมอบรางวัลนักเขียนหญิงระดับภูมิภาคเอเชีย โดยธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) และ บริษัท สํานักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จํากัด ร่วมกันจัดประกวด “ชมนาดอินเตอร์” รางวัล Chommanard International Women’s Literary Award 2025 ซึ่งได้เดินหน้าสู่ช่วงสำคัญ หลังคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใช้เวลากว่า 6 เดือน คัดเลือกผลงานนวนิยายจากนักเขียนสตรีทั่วภูมิภาคเอเชีย ที่ส่งเข้าประกวดมากกว่า 70 ผลงาน ก่อนคัดเหลือเพียง 8 เล่มสุดท้าย ที่ผ่านเข้าสู่รอบ Shortlist โดยมีผลงานของนักเขียนไทยติดโผถึง 3 เล่ม ซึ่งประกาศผล 8 เล่ม ในวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 14.00-16.00 น. ณ ร้านหนังสือ Asia Books สาขาไอคอนสยามภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนพลังของผู้หญิงและวรรณกรรม ได้แก่ เวทีเสวนา “พลังของผู้หญิงที่เปลี่ยนความรุนแรงให้เป็นสันติภาพ” พิธีประกาศผลและมอบรางวัล “นักเขียนชมนาดอินเตอร์” ประจำปี 2025 เชิดชูนักเขียนหญิงผู้สร้างสรรค์ผลงานที่ทรงคุณค่าทางวรรณศิลป์ พิธีประกาศการเผยแพร่ผลงานผู้ชนะสู่ระดับโลก เพื่อให้วรรณกรรมหญิงได้ก้าวข้ามพรมแดนแห่งภาษาและวัฒนธรรม ฯลฯ

รางวัลชมนาดอินเตอร์ถือเป็นหมุดหมายใหม่ของวงการวรรณกรรมไทยและเอเชีย ในการเปิดพื้นที่ให้นักเขียนหญิงได้ส่งเสียง เล่าเรื่อง และท้าทายกรอบเดิมของวรรณกรรม ผ่านเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงประสบการณ์ส่วนบุคคลเข้ากับโครงสร้างอำนาจทางสังคม ประวัติศาสตร์ และการเมืองอย่างลึกซึ้ง
งานนี้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ทำหน้าที่ในการคัดเลือกและตัดสินดำเนินการโดยคณะกรรมการด้านวรรณศิลป์และอุตสาหกรรมหนังสือ ซึ่งได้มีมติเอกฉันท์ยกให้หนังสือทั้ง 8 เล่มที่เข้ารอบสุดท้ายเป็นสุดยอดวรรณกรรมที่คู่ควรแก่การอ่านเป็นอย่างยิ่ง คณะกรรมการประกอบด้วย รศ.ดร. ตรีศิลป์ บุญขจร ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา สาขาวรรณคดีเปรียบเทียบ รศ. สุรภีพรรณ ฉัตราภรณ์ ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา สาขาภาษาและวรรณคดีตะวันตก คุณเกศณี ไทยสนธิ นักเขียน นักแปล และคอลัมนิสต์ คุณธีรภัทร เจริญสุข เลขาธิการสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย

โดยพิจารณาจากคุณค่าทางวรรณศิลป์ ความร่วมสมัย ความลุ่มลึกของเนื้อหา และพลังของเสียงผู้หญิงในบริบทเอเชียจนได้หนังสือทั้ง 8 เล่มนี้เข้ามาชิงชัยในรอบสุดท้าย ได้แก่
8 นวนิยาย Shortlist ที่สะท้อนเสียงสตรีเอเชีย
1) Tongueless Author: Lau Yee Wa (Hong Kong)
นวนิยายที่สะท้อนแรงกดดันของสังคมฮ่องกงยุคเปลี่ยนผ่าน ผ่านชีวิตของ “หลิง” ครูหญิงที่ต้องดิ้นรนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางภาษา อำนาจ และการเมือง จากระบบการศึกษาที่หันไปยึดภาษาจีนกลางเป็นศูนย์กลาง ความสามารถในการ “พูด” จึงกลายเป็นเครื่องมือแห่งการอยู่รอด เรื่องราวเผยให้เห็นการแข่งขัน ความทะเยอทะยาน และการทรยศในพื้นที่การทำงาน พร้อมตั้งคำถามต่ออัตลักษณ์ เสรีภาพ และราคาที่ผู้หญิงต้องจ่ายเพื่อความก้าวหน้าในสังคมที่กฎเกณฑ์กำลังถูกเขียนใหม่
2) Taiwan Travelogue Author: Yáng Shuāng-zǐ (Taiwan)
นวนิยายที่เล่าเรื่องการเดินทางในไต้หวันยุคอาณานิคม ผ่านสายตาของนักเขียนหญิงชาวญี่ปุ่นและล่ามสาวชาวไต้หวัน ความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างหญิงสองคนค่อย ๆ เผยให้เห็นความซับซ้อนของอำนาจ อัตลักษณ์ และความใกล้ชิดส่วนตัว อาหาร การเดินทาง และบทสนทนา กลายเป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงความปรารถนาส่วนบุคคลเข้ากับโครงสร้างทางการเมือง นวนิยายเล่มนี้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในไต้หวัน และชนะรางวัล Golden Tripod Award อันทรงเกียรติ
3) Chinatown Author: Doan Anh Thuân (Vietnam)
นวนิยายเชิงทดลองที่เล่าเรื่องผ่านกระแสสำนึกของหญิงชาวเวียดนามในฝรั่งเศส ความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัว ความรัก การอพยพ และการเมือง ถูกถักทอเข้าด้วยกันอย่างซับซ้อน“ไชน่าทาวน์” ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความพลัดพราก ความทรงจำ และอัตลักษณ์ที่แตกแยก เรื่องเล่าตั้งคำถามต่อการเป็นคนนอก การนิยามตัวตน และบาดแผลจากประวัติศาสตร์ที่ยังไม่จางหาย

4) Memories of the Memories of the Black Rose Cat Author: Veeraporn Nitiprapha (Thailand)
มหากาพย์ครอบครัวของผู้อพยพชาวจีนในสังคมไทย เล่าเรื่องหลายชั่วอายุคนที่ต้องเผชิญทั้งความรัก ความหวัง ความสูญเสีย และความผิดพลาดของมนุษย์นวนิยายขุดลึกถึงรากของโศกนาฏกรรมในชีวิต ที่เกิดจากความโลภ ความอิจฉา และความไม่สามารถจัดการอารมณ์ของตนเอง พร้อมตั้งคำถามถึงธรรมชาติของ “ความทรงจำ” และผลของการตัดสินใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
5) The Mountains Sing Author: Nguyễn Phan Quế Mai (Vietnam)
เรื่องเล่าข้ามรุ่นของครอบครัวชาวเวียดนาม ท่ามกลางความรุนแรงของสงครามและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ถ่ายทอดผ่านมุมมองของผู้หญิงในครอบครัวนวนิยายถ่ายทอดทั้งความสูญเสีย ความอดทน และพลังของความเมตตา โดยมุ่งเน้น “ต้นทุนมนุษย์” ของสงคราม มากกว่าชัยชนะหรืออุดมการณ์ทางการเมือง เป็นผลงานนวนิยายภาษาอังกฤษเล่มแรกของกวีชื่อดังเวียดนาม
6) The Age of Goodbyes Author: Li Zi Shu (Malaysia)
นวนิยายหลายชั้นที่ผสมผสานการเล่าเรื่องเชิงทดลอง เพื่อสำรวจความทรงจำ ประวัติศาสตร์ และความจริงที่ถูกบิดเบือนโดยอำนาจฉากหลังคือเหตุการณ์จลาจลทางเชื้อชาติในมาเลเซียปี 1969 เรื่องราวสะท้อนผลกระทบของความรุนแรงทางการเมืองต่อชีวิตส่วนบุคคล และตั้งคำถามถึงสิ่งที่ถูกจดจำ สิ่งที่ถูกลบ และสิ่งที่ถูกทำให้เงียบหายไปจากประวัติศาสตร์

7) Mountains More Ancient Author: Isna Marifa (Indonesia)
นวนิยายที่เปิดพื้นที่ให้ประวัติศาสตร์การเป็นทาสของชาวอินโดนีเซียในแอฟริกาใต้ ผ่านสายตาของเด็กหญิงชาวชวาที่ถูกพรากจากบ้านเกิดเรื่องเล่าถ่ายทอดความสูญเสีย การยึดมั่นในอัตลักษณ์ และความเป็นมนุษย์ท่ามกลางระบบกดขี่ เป็นนวนิยายเรื่องแรกที่นำเสนอประวัติศาสตร์ส่วนนี้อย่างเด่นชัด และเปี่ยมด้วยความละเมียดทางอารมณ์
8) The Sea Speaks His Name Author: Leila S. Chudori (Indonesia)
นวนิยายที่บอกเล่าเรื่องการอุ้มหายของนักกิจกรรมทางการเมืองในอินโดนีเซีย และการต่อสู้ของครอบครัวที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เรื่องราวสะท้อนการแสวงหาความจริง ความยุติธรรม และการไม่ยอมให้ความทรงจำถูกลบเลือนจากประวัติศาสตร์ เป็นงานเขียนที่ทรงพลังทั้งในเชิงการเมืองและมนุษยธรรม

วรรณกรรมหญิงเอเชียบนเวทีโลก ทั้ง 8 ผลงาน ที่ผ่านเข้ารอบ Shortlist ของ Chommanard International Women’s Literary Award 2025 ไม่เพียงเป็นนวนิยายน่าอ่าน แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของสังคมเอเชีย ผ่านเสียงของนักเขียนสตรีที่กล้าตั้งคำถามต่ออำนาจ ความทรงจำ และอัตลักษณ์รางวัลชมนาดอินเตอร์จึงไม่ใช่เพียงเวทีประกวด แต่คือพื้นที่ที่ทำให้วรรณกรรมหญิงเอเชียได้ก้าวข้ามพรมแดนภาษา วัฒนธรรม และการรับรู้ สู่เวทีวรรณกรรมระดับสากลอย่างแท้จริง