[กรุงเทพฯ – 22 มกราคม 2569] – ปัจจุบันอุบัติการณ์ของโรคระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินปัสสาวะในประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทางโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ได้ประกาศเปิดตัว “ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ” และ “ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ” โฉมใหม่ ให้สอดรับกับการออกแบบสุขภาพชีวิตที่ยืนยาว ชูจุดเด่นนวัตกรรมการส่องกล้องผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ บนพื้นที่บริการขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ

ระบบทางเดินอาหารคือหัวใจสำคัญของเทรนด์การรักษาสุขภาพ ซึ่งมุมมองของเซนต์หลุยส์ที่มีต่อทิศทางดังกล่าว มุ่งเน้นไปที่การสร้าง ‘ความยั่งยืนของร่างกาย’ โดยศูนย์ระบบทางเดินอาหารเป็นจุดเริ่มต้นที่พร้อมดูแลคนทุกช่วงวัยให้มีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นเทรนด์ของคนวัยทำงาน เช่นเดียวกับกลุ่ม Baby boomer ที่ต้องการช่วงชีวิตที่แข็งแรงและยืนยาว นอกจากนี้ยุค AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากความเชื่อเรื่องการรักษาโรค ไปสู่การมีช่วงชีวิตที่แข็งแรงและอ่อนเยาว์ เซนต์หลุยส์จึงให้ความสำคัญ ดังนี้
· กลุ่ม Gen Z และ Millennials ในวัยทำงาน เริ่มตระหนักว่าลำไส้ คือ “สมองส่วนที่สอง” ดังนั้นการดูแลระบบทางเดินอาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญควบคู่กับการดูแลสุขภาพจิต สมาธิในการทำงาน และคุณภาพการนอนหลับด้วย
· ทิศทางของเซนต์หลุยส์มุ่งเน้นการ “ตรวจลึก-รู้ก่อน-ป้องกันได้” การตรวจสุขภาพคือการลงทุนไม่ใช่ค่าใช้จ่าย ขณะที่ Gen B มองว่าการมีคุณภาพชีวิตที่ดีคือช่วงสำคัญสำหรับตนเอง
บทสัมภาษณ์จากผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผศ.นพ.อนันต์ จงเถลิง เปิดเผยว่า:
“เซนต์หลุยส์ให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพดี โดยเริ่มจากศูนย์ระบบทางเดินอาหารแห่งใหม่นี้ ที่บูรณาการการวินิจฉัยและรักษาระหว่างแพทย์เฉพาะทางและ AI เพื่ออัปเกรดประสิทธิภาพสูงสุด จากเดิมที่การส่องกล้องอาจมีจุดบอดที่มองเห็นได้ยาก ซึ่ง AI มีความแม่นยำในการตรวจจับได้สูง และสามารถวิเคราะห์รอยโรคแบบเรียลไทม์ ทำให้แพทย์สามารถตัดสินใจตัดชิ้นเนื้อหรือติ่งเนื้อที่ผิดปกติได้ทันที

สำหรับศูนย์ทางเดินปัสสาวะ เราใช้เทคโนโลยีส่องกล้องในการรักษาด้วยเช่นกัน เช่น UROLIFT เป็นการใช้ตัวยึดขนาดเล็กโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งเป็นทางเลือกในการรักษาต่อมลูกหมากโตที่มีการฟื้นตัวเร็วและไม่มีผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เราไม่ได้มองแค่การรักษา แต่มองไปถึง ‘การดูแลแบบองค์รวมเพื่อขยายช่วงชีวิตที่ยืนยาว’ โดยบูรณาการองค์ประกอบ ทีมสหสาขาวิชาชีพ เทคโนโลยี สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ให้แก่คนทุกช่วงวัย”
บริการที่ส่งมอบ:
· รักษาเบ็ดเสร็จในพื้นที่เดียวกันอย่างไร้รอยต่อ เป็น One Stop Service ตั้งแต่การตรวจคัดกรองเบื้องต้นไปจนถึงการส่องกล้องเพื่อวินิจฉัย
· พื้นที่ศูนย์ส่องกล้องขนาดใหญ่ที่รองรับการตรวจได้พร้อมกันหลายห้อง ลดระยะเวลาการรอคิว ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่เร่งด่วนได้ทันที

นอกจากนี้ยังมีการผนึกกำลังทำความดีสู่สังคมร่วมกันระหว่างองค์กรสุขภาพ ได้แก่ เซนต์หลุยส์-จุฬาฯ-รามาธิบดี โดยจัดโครงการ “ส่องกล้องเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เน้นการคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งทางเดินปัสสาวะ โดยได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อบริการให้แก่ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จำนวน 93 ราย ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยี AI ชั้นสูงมาใช้จริงในการคัดกรองผู้ป่วยจำนวนมาก เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในระยะเริ่มต้น พิธีเปิดวันนี้โดยมี ผศ.นพ.อนันต์ จงเถลิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ รศ.นพ.ประเดิมชัย คงคำ ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านแผนและงบประมาณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร. แพทย์หญิงอติพร อิงค์สาธิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล เข้าร่วมการเปิดศูนย์

นอกจากนั้น ยังมีการเปิดศูนย์โรคไตตามข้อตกลงความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อปี 2567 โดยไฮไลท์สำคัญของการเปิดตัวในครั้งนี้ คือ การขยายศักยภาพสู่การเป็นศูนย์โรคไตครบวงจรเพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังด้วยมาตรฐานเดียวกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีการออกแบบให้พื้นที่บริการมีขนาดใหญ่เพื่อความผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวลของผู้ป่วย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ภายใต้การกำกับดูแลจากคณาจารย์แพทย์ ทั้งนี้ผู้ร่วมลงนามมีดังนี้ บาทหลวงชัยยะ กิจสวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.นพ.ยิ่งยศ อวิหิงสานนท์ หัวหน้าหน่วยโรคไต ฝ่ายอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในการร่วมลงนาม
สำหรับการเปิดตัวทั้งสามศูนย์นี้ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์พร้อมให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพนำโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมมอบประสบการณ์การรักษา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย
