นิทรรศการภาพถ่าย ซินเจียง ‘ดินแดนใหม่’ หนึ่งในดินแดนแห่งตำนาน “เส้นทางสายไหม” อันโด่งดังที่ถ่ายทอดเรื่องราวซึ่งถือเป็นหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ทุกคนต้องรู้จัก 14-16 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ Lifestyle Hall ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

0
626

สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปร่วมกับสมาคมสตรีแห่งฮ่องกง,สโมสรโรตารีเยาวราชและศูนย์การค้าสยามพารากอนร่วมกันสร้างสรรค์ “นิทรรศการภาพถ่ายซินเจียง” สุดยอดนิทรรศการภาพถ่ายที่ถือเป็นบันทึกหน้าสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางและเส้นทางการค้าที่เชื่อมต่อสองทวีปใหญ่ของโลก และเส้นทางสายนี้ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน โดยนิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างระหว่างวันที่ 14 – 16 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ Lifestyle Hall บนชั้น 2 ของศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยงานนี้บอกได้เลยว่าสำหรับผู้ที่รักและชื่นชอบการท่องเที่ยวสไตล์แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอันสวยงามและเป็นบันทึกหน้าสำคัญทางประวัติศาสตร์ของโลก ไปจนถึงผู้ที่หลงไหลในการถ่ายภาพและหลงรักภาพถ่ายไม่ควรพลาดงานนิทรรศการครั้งนี้ด้วยประการทั้งปวง
โดย “นิทรรศการภาพถ่ายซินเจียง” นี้เป็นนิทรรศการภาพถ่ายที่ถ่ายทอดเรื่องราวและมุมมอง “ทะเลสาบขุนเขาและทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์” ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวจากมุมมอง สายตา การจัดองค์ประกอบ และการกดชัตเตอร์เพื่อบันทึกภาพ ของช่างภาพที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง คุณเดวิด เลา ที่เดินทางไปเยือนแถบซินเจียงใต้มาด้วยตนเอง หลังผ่านสายตาและวิธีคิดที่ตกตะกอนด้วยประสบการณ์ จึงรวบรวมผลงานการถ่ายภาพทั้งหมดแล้วคัดเลือกออกมากกว่า100ภาพถ่ายที่ดีที่สุดมาจัดแสดงเพื่อแบ่งปันประสบการณ์อันน่าทึ่งของเขา ซึ่งประกอบไปด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์ของชั้นหินปูผสมเกลือโดยเกิดจากแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัว เป็นทัศนียภาพที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุด

ทั้งนี้ ซินเจียงนั้นตามความหมายแปลว่า ‘ดินแดนใหม่’ เป็นมณฑลที่อยู่ทางตะวันตกสุดของประเทศจีนนับเป็นมณฑลที่ใหญ่ที่สุด กินพื้นที่กว่า 1.6 ล้านตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ กินเนื้อที่ประมาณ 1/6 ของพื้นที่ทั้งประเทศ นับเป็นพื้นที่เขตปกครองที่ใหญ่ที่สุดของจีน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศมองโกเลีย ทิศตะวันตกติดกับประเทศรัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน และทาจิกิสถาน ตะวันตกเฉียงใต้ติดกับอัฟกานิสถาน ปากีสถาน และอินเดีย โดยเขตพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะภูมิประเทศที่โดดเด่นคือ เป็นพื้นที่แอ่งกระทะและเทือกเขาสลับกัน ซึ่งพื้นที่แอ่งกระทะดังกล่าวถูกล้อมรอบด้วยภูเขาซินเจียง ซึ่งถือเป็นดินแดนหนึ่งแห่งตำนานเส้นทางสายไหมอันโด่งดังและเป็นที่กล่าวขานกันไปทั่วโลกตามที่มาร์โค โปโลได้บันทึกเอาไว้ โดยคำว่า “ซิน” มีความหมายว่า ใหม่ และคำว่า “เจียง” หมายความว่า ดินแดน เมื่อนำมารวมกันคำว่า ซินเจียง จึงมีความหมายว่า ดินแดนใหม่ มีเมืองหลวงชื่อว่า อูรุมชี  ทางด้านทิศใต้มีภูเขาคุนหลุน และพื้นที่แอ่งกระทะ ถาหลี่มู่ ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาไท้ซานและเทือกเขาคุนหลุนโดยครอบคลุมพื้นที่กว่า 530,000 ตร.กม. นับเป็นพื้นที่แอ่งกระทะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน โดยเดวิดได้แนะนำสถานที่สำคัญๆ ที่เขาได้เดินทางไปถ่ายภาพเอาไว้ อาทิ

คีชิลลียา โตรกแดงแห่งเทียนซาน (Keziliya Red Gorge of Tianshan)บนเส้นทางเลียบขอบทะเลทรายทากลามากัน ทะเลทรายขนาดใหญ่ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์และเชิงเขาเทียนซาน เป็นที่ตั้งของภูมิประเทศมหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน คีชิลลียา โตรกแดงแห่งเทียนซาน หรือแกรนด์แคนยอนแห่งเทียนซาน (Grand Canyon of Tianshan) มีลักษณะเป็นภูเขาหินสีแดงตระหง่านกลางทะเลทรายทากลามากัน มีโตรกผาลึกและแคบที่สามารถเดินเข้าไปด้านในได้ เจิดจ้ายามต้องแสงแดดที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละช่วงเวลาอย่างน่ามหัศจรรย์

หุบโตรกเหวินซู (Wensu Grand Canyon) อีกภูมิทัศน์มหัศจรรย์ของมณฑลซินเจียง ซึ่งยังงคงเก็บรักษาร่องรอยวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาย้อนไปหลายล้านปีก่อนไว้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีจุดเด่นเป็นลักษณะภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ของชั้นหินปูผสมเกลือที่เกิดจากแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัว หุบโตรกน่าตื่นตาจากการกัดกร่อนของลมฝนและแม่น้ำ จนได้รับการยกฐานะให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของเขตเทียนซาน ซึ่งนับเป็นไม่กี่แห่งในโลกที่มีภูมิทัศน์หลากหลายให้สำรวจได้ในที่เดียว
มัสยิดอิคคาห์ (Id Kah Mosque)
ชื่นชมภาพความงดงามของมัสยิดอิคคาห์หรืออ้ายถีก่าเอ่อร์ (Ai Ti Ga Er) มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในมณฑลซินเจียง บนพื้นที่ 16,800 ตารางเมตรของเมืองคัชการ์นี้ ว่ากันว่าเดิมเคยเป็นสุสานมาก่อน สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1442 โดดเด่นด้วยการออกแบบที่สะท้อนอารยธรรมของอุยกูร์อันเป็นเอกลักษณ์ มีความสูง 12 เมตร สองข้างซ้ายขวาของอาคารมัสยิดกระเบื้องอิฐสีเหลืองนี้มีหอสูง 18 เมตร ที่ดูสวยงามโดดเด่น

ทะเลสาบคาลาคูล (Kala Kule Lake)
ชมทัศนียภาพชวนจินตนาการบนเส้นทางคาราคุนหลุนซานไฮเวย์ (คาราโครัมไฮเวย์) ซึ่งจะนำไปสู่ทะเลสาบคาลาคูลที่ตั้งอยู่บนความสูง 3,600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลของที่ราบสูงปามีร์ (Pamir Plateau) ทะเลสาบน้ำกร่อยสีเขียวเข้มทอดตัวงามสงบเบื้องหน้าภูเขาหิมะมุซทัค อะทา (Mt. Muztag Ata) เด่นตระหง่านอยู่เป็นฉากหลัง โดย “มุซทัค อะทา” ในภาษาของชาวคีร์กิช หมายถึงบิดาแห่งภูเขาน้ำแข็ง มีความสูงเป็นอันดับ 2 ของเทือกเขาคุนหลุนซาน และมีหิมะปกคลุมยอดความสูง 7,546 เมตรนี้ตลอดทั้งปี

เมืองหินแห่งคัชการ์ (Kashgar Stone City)
อีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์สำคัญซึ่งเป็นอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรปูลิ (Kingdom of Puli) สมัยราชวงศ์ฮั่น ที่ตั้งอยู่บนความสูง 3,100 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นป้อมปราการที่ประกอบด้วยซากกำแพงโบราณก่อสร้างจากหินและโคลนหลาย ๆ ชั้น สูงถึง 6 เมตร อายุกว่า 2,000 ปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำและทุ่งหญ้ากว้าง บนชุมทางสายไหมโบราณสายกลางและสายใต้
อุทยานคานาส หรือ คานาสือ คือทะเลสาบเปลี่ยนสีที่ถูกโอบล้อมท่ามกลางขุนเขา “เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติบริสุทธิ์แหล่งสุดท้ายของโลก”
เมืองปีศาจอูเอ่อเหอ คือทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ โดยบริเวณริมทะเลสาบอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด ในน้ำเป็นแหล่งพักอาศัยของเหล่าสัตว์ยุคโบราณและไดโนเสาร์นานาชนิดในยุค Cretaceous เมื่อประมาณ 75 ล้านปีก่อน เมืองผีแห่งคาราเมย์นั้น ได้มีการเคลื่อนตัวของผิวเปลือกโลกอย่างรุนแรง ทำให้ทะเลสาบขนาดใหญ่เกิดการแยกตัวออกของผิวดินกลายเป็นแอ่งหินทราย และ หินโคลน พร้อมกับการเหือดหายไปของน้ำ ในปัจจุบันเมืองผีแห่งคาราเมย์คือพื้นที่ที่มีลักษณะแปลกประหลาดที่เกิดจากการกัดเซาะของลม เมืองผีแห่งคาราเมย์นั้นตั้งอยู่บริเวณที่เป็นปากช่องลม มีลมแรงทั้งปี ทุกๆครั้งที่มีลมมาถึง ลมจะหมุนวนอยู่ในบริเวณเมืองผีแห่งคาราเมย์ จนเกิดเสียงดังคล้ายเสียงโหยหวนเหมือนเหล่าวิญญาณร้องครวญครางจึงเป็นที่มาของชื่อ “เมืองผี – เมืองปีศาจ” ด้วยลักษณะที่พิเศษของภูมิทัศน์แห่งสถานที่ดังกล่าว ด้านล่างของบริเวณยังเป็นที่ซ่อนตัวของทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่ามหาศาล ก็คือแหล่งปิโตรเลียมบริสุทธ์ จนมีช่วงหนึ่งที่เมืองแห่งนี้ถูกขนานนามว่าเมืองแห่งน้ำมัน
ยอดเขาเคทู (เฉียวเกอหลี่เฟิง) ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของประเทศจีน และประเทศปากีสถาน ในภาษาทาจิกิสถานนั้นคำว่า “เฉียวเกอหลี่ฟง” นั้นมีความหมายว่า “ยอดเขาแห่งมหาบุรุษ” ตั้งบนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลที่ 8611 เมตร ยอดเขาเคทูนั้นเป็นยอดเขาที่สูงเป็นรองเพียงแค่ยอดเขาเอเวอเรสต์ที่ตั้งอยู่บนแนวสันเทือกเขาหิมาลัยกับเทือกเขาคุนหลุน ในโลกนี้ยอดเขาที่มีความสูงเกิน 8000 เมตรนั้นมีอยู่แค่ 14 แห่ง โดยยอดเขาเคทูนั้นถือเป็นอันดับที่ 2 และมีชื่อเรียกสำหรับชาวต่างถิ่นว่ายอดเขาเคทู (K2) และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักปีนเขาจำนวนมากทั่วโลกว่ามีความยากลำบากในการปีนอยู่ในอันดับต้นๆ โดยระยะทางจากค่ายพักแรมทางทิศเหนือถึงตัวยอดเขาเคทูมี “ระยะต่าง” ของความสูงถึง 4700 เมตร ระยะต่างนี้ถือเป็นระยะต่างความสูงที่สูงที่สุดในโลกที่นักปีนเขาต้องเผชิญหน้า

พบกับ นิทรรศการภาพถ่าย ซินเจียง(新疆) ‘ดินแดนใหม่’ สุดยอดนิทรรศการภาพถ่ายที่ถือเป็นบันทึกหน้าสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางและเส้นทางการค้าที่เชื่อมต่อสองทวีปใหญ่ของโลก เปิดให้ประชาชนและผู้ที่สนใจเข้าชมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในระหว่างวันที่ 14-16ก.พ. 2563 ณ Lifestyle Hall ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 21.00 น.

ทิ้งคำตอบไว้