ข้อมูลประวัติศาสตร์ฉบับย่อก่อนชมภาพยนตร์เรื่อง “The Predator – เดอะ เพรดเดเทอร์” ที่ปล่อยออกมาให้แฟนชาวไทยได้ชมและเตรียมตัวกันให้ดี เพราะฤดูกาลไล่ล่าที่หฤโหดขึ้น ได้เริ่มต้นแล้ว

0
1358

เรื่องราวที่เกิดขึ้นจากห้วงอวกาศอันไกลโพ้น สู่ถนนเล็ก ๆ ในย่านชานเมือง การไล่ล่ากลับมาอีกครั้ง นักล่าที่อันตรายที่สุดในจักรวาลก็แข็งแกร่งขึ้น ฉลาดขึ้น และอันตรายยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา พวกมันตัดต่อพันธุกรรมของตนเองเข้ากับดีเอ็นเอของสปีชี่อื่น ๆ ในจักรวาล และเมื่อเด็กชายคนหนึ่งบังเอิญกระตุ้นให้พวกมันกลับมาที่โลกอีกครั้ง มีเพียงสมาชิกแร็กแท็กจากอดีตทหาร และอาจารย์สอนวิทยาศาสตร์อีกหนึ่งคนที่ไม่ได้รับการยอมรับเท่านั้น ที่จะช่วยไม่ให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ต้องสิ้นสุดลง

ในโอกาสที่หนังเพรดเดเทอร์ภาคใหม่ล่าสุด THE PREDATOR – เดอะ เพรดเดเทอร์ กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ เราน่าจะย้อนกลับไปดูความเป็นมาของหนังกลุ่มนี้ เมื่อปี 1987 หนังเรื่อง Predator ได้นำหนังประเภททีมปฏิบัติภารกิจมาผสมผสานกับแนวคิดเรื่องสิ่งที่ปลิดชีพคนในทีมไปทีละคนๆ เหมือนนักล่าสัตว์ที่มาจากโลกอื่น หนังเรื่องนี้ได้ฝังตรึงลงในจินตนาการของผู้ชม นำเสนอตัวละครสัตว์ประหลาดที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นสู่สายตาคนทั่วโลก และเป็นต้นกำเนิดของภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง

หนังเพรดเดเทอร์ถือกำเนิดขึ้นด้วยฝีมือของพี่น้องนักเขียนบท จิมและจอห์น โธมัส จากแนวคิดในการเขียนบทภาพยนตร์ที่มีชื่อว่า Hunter มีเรื่องเล่าลือที่อาจเชื่อถือไม่ได้ว่าพี่น้องโธมัสได้แนวคิดมาจากการฟังคนพูดล้อกันว่าหนัง Rocky ภาคใหม่น่าจะให้ร็อคกีไปสู้กับเอเลี่ยน แต่ที่จริงแล้วพวกเขาสนใจนำเอาแนวคิดเรื่องการล่ามามองกลับมุม โดยให้สิ่งมีชีวิตต่างดาวไล่ล่าเป้าหมายที่เป็นมนุษย์แทนที่จะให้มนุษย์เป็นฝ่ายเหนือกว่า

เมื่อความโชคดีมาผสมกับแนวคิดที่ชาญฉลาด พวกเขาจึงได้มีโอกาสเสนอแนวคิดนี้ต่อฝ่ายบริหารของ 20th Century Fox โดยสุดท้ายบทหนังก็มาถึงโต๊ะทำงานของจอห์น เดวิส “ผมเป็นผู้บริหารอยู่ในเวลานั้น” เขากล่าว “เราทุกคนได้อ่านบท มันเยี่ยมมาก” เดวิสส่งบทนี้ไปให้เพื่อนของเขาที่ชื่ออาร์โนลด์ ชวาร์สเนกเกอร์ ซึ่งกำลังมาแรงในอาชีพนักแสดงจากผลงานอย่าง The Terminator และ Commando เขาสนับสนุนให้ชวาร์สเนกเกอร์อ่านบทนี้และนักแสดงรายนี้ก็ชอบมาก “ผมออกจากค่ายหนังและตัดสินใจว่าจะมาเป็นผู้อำนวยการสร้าง แล้วอาร์โนลด์ก็บอกผมว่า ‘ทำไมคุณไม่อำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้ล่ะ คุณพัฒนามันขึ้นมานี่’”

เมื่อทางค่ายหนังตกลงทำหนังเรื่องนี้ เดวิสก็เริ่มรวบรวมองค์ประกอบส่วนอื่นๆ รวมถึงผู้กำกับ จอห์น แม็คเทียร์แนน (ซึ่งมารับงานนี้หลังจากประสบความสำเร็จใน Nomads เมื่อปี 1986) และทีมนักแสดงสุดแกร่ง นักแสดงที่มาร่วมทีมต่อสู้กับชวาร์สเนกเกอร์ เพื่อปฏิบัติภารกิจซึ่งตอนแรกพวกเขานึกว่าเป็นการช่วยเหลือตัวประกัน ได้แก่ คาร์ล เวเธอร์ส, บิลล์ ดุค, ซอนนี แลนด์แฮม, เจสส์ เวนทูรา และชายหนุ่มผู้มีใจมุ่งมั่นด้านการแสดงและมีผลงานการเขียนบทจาก Lethal Weapon เขาคนนี้มีชื่อว่า เชน แบล็ค

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือการถ่ายทำซึ่งกลายเป็นตำนาน…ทั้งเรื่องการสร้างโรงยิมขึ้นมาในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม การแข่งขันวัดขนาดกล้าม และความท้าทายต่างๆ มากมาย “เราถ่ายทำกันในเปอร์โตวัลลาร์ตา” เดวิสเล่า “เราพักที่โรงแรมคามิโนโรยัล ซึ่งเป็นโรงแรมรีสอร์ตที่ดีมาก และเราต้องขับรถ 20 ถึง 30 นาทีเข้าไปในป่าดงดิบ มีคนท้องร่วงกันบ้างประปราย แล้วเราก็สูบซิการ์กันหนักมาก” นอกจากปัญหาเรื่องสุขภาพและความรกชัฏของป่าบริเวณนั้น ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย “เราถ่ายทำหนังกันไม่จบ” เดวิสอธิบาย “เราถ่ายไปได้แค่สองในสามแล้วงบก็หมด เราส่งหนังไปให้ผู้บริหารค่ายหนังดูแล้วเขาก็บอกว่า “อ้าว นี่มันแค่สองในสามของเรื่องเองนี้!’ แล้วเราก็บอกว่า ‘ใช่ เราไม่ได้ถ่ายกันต่อแล้ว’ เขาก็บอกว่า ‘งั้นกลับไปทำซะให้เสร็จ’”

ความท้าทายสำคัญอีกประการหนึ่งคือการหาตัวสัตว์ประหลาดที่เหมาะสม มีการเสนอเพรดเดเทอร์มามายมายหลายรูปแบบแล้วก็ถูกปัดตกไป แม้กระทั่งระหว่างการถ่ายทำ แผนการที่จะให้ ฌอง คล็อด แวน แดมม์ (ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้โด่งดังในฐานะดาราหนังแอ็คชั่น) มารับบทเป็นสัตว์ประหลาดก็ถูกยกเลิกไปด้วยปัจจัยหลายประการรวมกัน จนกระทั่งสุดสัปดาห์หนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านเอฟเฟ็กต์ สแตน วินสตันและทีมงานก็ได้สร้างสิ่งมีชีวิตต่างดาวซึ่งคงความโดดเด่นมาจนถึงปัจจุบัน โดยได้นักแสดงร่างสูง เควิน ปีเตอร์ ฮอลล์ มาถ่ายทอดพลังและบุคลิกอันทรงอำนาจให้บทนี้ ผลลัพธ์ที่ได้คือเกมแมวไล่จับหนูอันตึงเครียดและอัดแน่นด้วยแอ็คชั่น เป็นภาพยนตร์ซึ่งเต็มไปด้วยฉากอันน่าจดจำ ตลอดจนใช้แนวทางอันชาญฉลาดด้วยการซ่อนสัตว์ประหลาดไว้ไม่ให้ปรากฏตัวจนถึงการต่อสู้ครั้งสำคัญกับชวาร์สเนกเกอร์ซึ่งเป็นบทสรุปของเรื่อง

Predator กลายเป็นหนังฮิต และไม่ใช่แค่ในแง่รายได้ แต่มันได้กลายเป็นหนังโปรดของบรรดาแฟนๆ มานับแต่นั้น “มันกลายเป็นหนังคัลต์สุดฮิตที่มีคนมากมายทั่วโลกกลับมาดูอยู่เสมอ” เดวิสกล่าว “ผมรู้เพราะได้รับเช็คอยู่ตลอด ใครๆ ก็ดูหนังเรื่องนี้” เฟรด เดคเคอร์ ผู้เขียนบทของ THE PREDATOR ร่วมกับเชน แบล็คและรู้จักเขามานานก่อนที่เขาจะแสดงในหนังต้นฉบับมองว่าหนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างชัดเจน “ผมว่ามันเป็นการสร้างแบบฉบับเฉพาะตัวขึ้นมา ก็เหมือนกับ Thriller ของไมเคิล แจ็คสัน หรือ Alien ของริดลีย์ สก็อตต์ เมื่อใดก็ตามที่คุณนำเสนอสิ่งที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจนเหมือนมันพุ่งเข้าหาคุณไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม… อาจจะเหมือนอย่างเควนติน ทาแรนติโน ที่นำเอาการเล่าเรื่องแบบนิยายพัลพ์มาพลิกกลับโดยมีการอ้างอิงถึงตัวมันเอง แล้วมันก็กลายเป็นแบบฉบับเฉพาะตัวซึ่งในบางแง่สำคัญกว่าเรื่องราวหรือตัวละครเสียอีก”

สำหรับแบล็คผู้มากุมบังเหียนการนำเพรดเดเทอร์กลับสู่จอภาพยนตร์ครั้งล่าสุดนี้ หนังภาคแรกนั้นชวนให้เขานึกถึงอดีตอันงดงาม “ความรู้สึกของผมเวลาดูหนังฉบับดั้งเดิมคือผมคิดถึงเพื่อนๆ นักแสดงครับ ผมยังหนุ่มมากแล้วก็ดูดีกว่าตอนนี้มากๆ ด้วย!ทำให้ผมได้คิดว่าตอนนั้นผมไม่นึกเลยเลยว่าจะต้องกลับไปคิดถึงและโหยหาการผจญภัยครั้งนั้น เป็นช่วงเวลาที่ดีมากครับ มีซอนนี แลนด์แฮมซึ่งได้จากเราไปแล้ว ผมคิดถึงซอนนี คิดถึงเควิน ปีเตอร์ ฮอลล์ ตอนนั้นเราได้พบเพื่อนดีๆ มากมาย… และที่สำคัญผมโชคดีมากที่ได้เริ่มชิมลางการเป็นนักแสดงจากหนังเรื่องนั้น มันเป็นเรื่องราวแบบที่ผมคุ้นเคยดี”

ความสำเร็จของ Predator นำไปสู่ภาคต่อ Predator 2 ซึ่งเล่าเหตุการณ์ในปี 1997 ในฤดูร้อนอันร้อนระอุของลอสแองเจลีส ขณะที่แก๊งค์อาชญากรทำสงครามกัน ภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่าได้แอบซุ่มอยู่ตามท้องถนนและบนหลังคา สังหารพ่อค้ายาและท้าทายตำรวจ คราวนี้แดนนี โกลเวอร์มารับบทนำเป็นผู้หมวดไมค์ แฮร์ริสัน ซึ่งได้พบว่าเขาและเพื่อนร่วมงานมีเรื่องให้ต้องกังวลมากกว่าอันตรายจากมนุษย์ “ทุกคนอยากทำภาคต่อ” เดวิสกล่าว “ที่จริงเราเกือบจะได้อาร์โนลด์มาเล่นแล้ว แต่เราจัดการเรื่องตัวเลขกันไม่ได้ เราก็เลยหันไปหาแดนนี โกลเวอร์แทน พี่น้องโธมัสเขียนบทและมันก็เป็นบทหนังที่ดี เรามักมองหาบทที่ดีและไอเดียดีๆ เสมอ เราหวังว่ามือเขียนบทจะสามารถนำแนวคิดดั้งเดิมมาสานต่อและใช้โอกาสในการเล่าเรื่องราวภาคต่อให้เต็มที่” หนังเรื่องนี้ถ่ายทำที่สตูดิโออันโด่งดังของ Fox และตามมุมมืดใจกลางเมืองลอสแองเจลีส มันได้นำเสนอแนวคิดใหม่ๆ มากมาย รวมถึงภาพยานของเพรดเดเทอร์อย่างที่ควรจะเป็นด้วย

กำกับโดย เชน แบล็ค พร้อมร่วมเขียนบทกับ เฟรด เด็คเคอร์ นำแสดงโดย บอยด์ โฮลบรู๊ค, เทรวานเท โร้ดส์, เจค็อบ เทรมเบลย์, คีแกน-ไมเคิล คีย์, โอลิเวีย มันน์, สเตอร์ลิ่ง เค.บราวน์, อัลฟี อัลเลน, เจน โธมัส, ออกุสโต อกิเรล่า, เจค บูเซย์, อีวอนน์ สตราฮอฟสกี้ ฯลฯ

“The Predator – เดอะ เพรดเดเทอร์”

ฤดูกาลไล่ล่าที่หฤโหดขึ้นเริ่มต้นแล้ว 13 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

 

 

 

ทิ้งคำตอบไว้